ดิ่งแล้ว ดิ่งอีก ร่วงแล้ว ร่วงอีกสำหรับหุ้นไทยในยุครัฐบาลเศรษฐา เพราะทันทีที่ก้าวสู่ปีมะโรงงูใหญ่ ดัชนีหุ้นไทยซึ่งเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของความแกร่งและเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจของประเทศตกไม่เป็นท่า ล่าสุดดัชนีหลุด 1,400 จุดมาหลายครั้ง หลายครา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตัวเลขเศรษฐกิจออกมาต่ำ และต่ำกว่าคาดมากๆ ก็มักกดดันให้ SET Index ปรับตัวลงแรง หรือแม้กระทั่งนโยบายแจกเงินหมื่น Digital Wallet ที่ส่อแววชวด ก็กดดันภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์เชิงเทคนิคเมื่อวันศุกร์ที่ 19 มกราคม 2567 ว่า ภายหลังดัชนีร่วงหลุด 1,400 จุด ยืนยันโครงสร้างขาลง “Downtrend ลูกใหญ่” แนะแผนยังคงใช้ยุทธวิธีตั้งรับ แผนป้องกันความเสี่ยงผิดคาดอาจต้องคัท ขายออกไปบ้างเพื่อรักษาต้นทุน
ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า สัญญาณดอกเบี้ยของเฟดยังเป็นตัวแปรสำคัญของตลาด เพราะโอกาสในการคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือน มี.ค.มากพอๆกับลดดอกเบี้ยแล้ว แม้นักลงทุนจะรับรู้ไปบ้างแล้ว แต่เนื่องจาก การลดดอกเบี้ย เป็นการคาดหวังของนักลงทุนที่ค่อนข้างมากในช่วงก่อนหน้านี้ หากเลื่อนออกไป จะทำให้การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ ลดลงตามไปด้วย
ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่มีการใช้กำลังไปในหลายๆ พื้นที่ ล่าสุด อิหร่านโจมตีข้ามไปยังประเทศปากีสถาน มองว่าเรื่องนี้เป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้าลง และความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงในระดับที่มากกว่านี้ด้วย
สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.คุยกับ “นายไพบูลย์ นลินทรางกูร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ ถึงมลเสน่ห์ของตลาดหุ้นไทยว่ายังมีอยู่หรือไม่ โดย “นายไพบูลย์” กล่าวว่า ต้องมองในระยะยาว ซึ่งรัฐบาลก็มีความพยายามที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ และหากงบประมาณปี 2567 สามารถดำเนินการได้ ก็ย่อมเป็นผลดี
“ช่วงสั้นๆ ก็คงต้องรอให้ความชัดเจนด้านเศรษฐกิจมันชัดกว่านี้ในประเทศเรา และต่างประเทศตอนนี้ก็ยังมีความกังวลเรื่องเฟดว่าจะลดดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์หรือเปล่า ก็เลยอาจทำให้ในแง่ความมั่นใจของนักลงทุนช่วงนี้ก็ยังไม่ได้ฟื้นกลับขึ้นมาเท่าไร แต่ถามว่ายังมีความน่าสนใจไหม ก็คงจะต้องมองภาพระยะยาวของประเทศ ซึ่งก็เชื่อว่ารัฐบาลตอนนี้ก็พยายามที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่เราเห็นกัน ตอนนี้ก็พยายามแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างต่างๆ แล้วก็ทำลดค่าครองชีพต่างๆ ในสิ่งที่เขาทำได้ แต่ว่าจากนี้ไป ถ้าเราเริ่มมีงบประมาณออกมาใช้ แล้วก็ถ้าเผื่อแผนกระตุ้นเศรษฐกิจมีความชัดเจนมากขึ้น ผ่านสภาได้ไหม หรือถ้าไม่ได้จะมีแผน 2 อะไร ผมว่าตรงนี้จะเป็นอะไรที่ตลาดทุนก็รอคอยอยู่ ถ้าทำตรงนั้นออกมาได้ ก็น่าที่จะทำให้ตลาดหุ้นมีโอกาสฟื้นกลับขึ้นมาได้”
“นายไพบูลย์” กล่าวอีกว่า วันนี้รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่อนโยบายรัฐอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผน 2 หาก Digital Wallet ไม่สามารถเกิดขึ้นได้
“ก็ควรจะมี ผมคิดว่าวันนี้ ยังไม่ได้มีการพูดถึงแผน 2 ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะดูตอนนี้ความเป็นได้ในการที่จะผลักดันโครงการ Digital Wallet ก็ดูเหมือนว่า อาจจะค่อนข้างยากแล้ว วันนี้เรายังไม่ได้ยินรัฐบาลพูดถึงแผน 2 ว่า ถ้าตรงนั้นไม่ได้ จะทำอะไรมาทดแทน ผมคิดว่าตรงนั้นก็สำคัญ และก็ประเด็นต่างๆ ที่มันเป็นข่าวไม่ว่าเรื่องของข่าวธนาคารพาณิชย์กำไรสูงเกินไป ข่าวว่าดอกเบี้ยสูงเกินไป มันสร้างความไม่มั่นใจให้กับตลาดทุน จริงๆผมคิดว่า ไม่ควรที่จะมีการแทรกแซงเรื่องพวกนี้ หรือถ้าคุย ก็ควรเป็นการคุยลับหลัง ผมคิดว่าวันนี้จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องสร้างความมั่นใจ ไม่ใช่ลดความมั่นใจของนักลงทุน โดยเฉพาะต่างประเทศเฝ้าจับตาดูอยู่ทุกฝีก้าว”
จากนี้ต่อไปจะต้องจับตาการสร้างความเชื่อมั่นของรัฐบาลเชื่อมโยงกับตลาดหุ้นอย่างใกล้ชิด เพราะการที่หุ้นไทยตก ร่วงไม่เป็นท่าแบบนี้ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลเศรษฐานั่นเอง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews