จับสัญญาณอัตราดอกเบี้ยนโยบายผ่านการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง.วันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ หลังนายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย สะกิดให้แบงก์ชาติฉุดคิด ประเด็นขึ้นดอกเบี้ยทั้งที่เงินเฟ้อติดลบ นั่นเพราะปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 2.5% นับเป็นอัตราสูงสุดในรอบเกือบ 10 ปี ท่ามกลางเงินเฟ้อหดตัว 3 เดือนติดต่อกัน
ดังนั้นจึงมีกระแสออกมาจากฝากฝั่งรัฐบาล โดยเห็นว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยควรที่จะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเนื่องจากมองว่าดอกเบี้ยที่ขึ้นมาเร็วและแรงในช่วงที่ผ่านมานั้น เป็นการสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยไม่เติบโต ย้ำความเป็นวิกฤต
สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ถาม อดีตคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. “ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์” ถึงมุมมองการประชุมกนง.วันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ ว่าแรงกดดันจากนายกรัฐมนตรีและนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ธปท.ลดอัตราดอกเบี้ยช่วยเหลือประชาชนนั้น จะสามารถชี้นำการประชุมครั้งนี้ได้หรือไม่ โดย “ศ.ดร.พรายพล”กล่าวว่า ไม่สามารถบังคับกนง.ได้ และการประชุมวันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ ก็เชื่อว่า ที่ประชุมจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม
“ก็คงมีแรงกดดันที่จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นธรรมดาอยู่แล้ว เพราะว่ามีการพูดกันไม่ใช่เพราะนายกรัฐมนตรีแต่เพียงอย่างเดียว แรงกดดันมันมีอยู่แล้ว แต่ผมก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไรว่ากนง.เมื่อถึงเวลานั้นเอง เค้าดูตัวเลขแล้วอาจจะยังไม่สามารถลดได้ ก็อาจจะยังเมนเทนอัตราเดิมไว้ แล้วอาจจะรอดูไปอีกสักช่วงนึงก็ได้ คือทั้งหลายทั้งปวง ก็ขึ้นอยู่กับตัวเลข อัตราเงินเฟ้อที่บอกว่าลดลง ลดลงจริงไหม บางทีไปพูด ก็ไม่ได้ดูตัวเลขที่ชัดเจน ผมยังมีความรู้สึกว่าเค้าอาจจะไม่จำเป็นต้องลดตามนะ ด้วยเหตุผลเมื่อมาดูตัวเลขแล้วอัตราเงินเฟ้อเองมันไม่ถึงกับลดลงมากนัก มันอาจจะซอฟท์ลงไป ถามว่ามันลดลงต่ำมากมายนักหรือเปล่า ก็ไม่เชิง อัตราเงินเฟ้อในเรื่องของอาหารก็ดีเรื่องของพลังงานในระดับนึงมันก็ยังมีความตึงตัวอยู่พอสมควร”
ขณะที่ “ผศ.ดร. ธนวรรธน์ พลวิชัย” อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับนี้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยทั่วโลก ธนาคารกลางได้มีการตึงไว้ในระดับเดิมและยังไม่มีธนาคารกลางใดในโลกที่ เริ่มลดอัตราดอกเบี้ย เพราะการส่งสัญญาณดอกเบี้ยเชิงขาลง หมายถึงเศรษฐกิจทรุดตัวลง จึงต้องใช้ดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยน่าจะไม่ส่งสัญญาณลดอัตราดอกเบี้ย เพราะจะสวนกระแสกับความคิดของคนส่วนใหญ่ว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัว
และสำหรับการประชุมกนง.ครั้งที่ผ่านมา ได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2.5% ถือเป็นอัตราที่เหมาะสม จากเงื่อนไขที่ 1. อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวยังทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ จากปีที่ผ่านมาที่เศรษฐกิจไทยเติบโตประมาณ 2.5% ขณะที่ปี 2567 ได้มีการประเมินเศรษฐกิจไทยจะโตได้ 3.2%
เงื่อนไขที่ 2. อัตราดอกเบี้ยขณะนี้ ยังทำให้เงินเฟ้ออยู่ภายในกรอบของเป้าหมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังต้องติดตามทิศทางการประชุมของกนง. ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย จะมีการพิจารณาปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยหรือไม่
จากนี้ต่อไปจะต้องติดตามการประชุมกนง.และท่าทีของแบงก์ชาติต่อประเด็นเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิด เพราะหากธนาคารแห่งประเทศไทยไม่มีการส่งสัญญาณใดออกมา และยังให้เหตุผลว่า อัตราดอกเบี้ย ยังเหมาะสมในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จึงเชื่อว่าดอกเบี้ยยังคงจะถูกตึงไว้ที่ระดับเดิมไปจนถึงสิ้นปีนั่นเอง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews