นับเป็นเรื่องแปลก เมื่อเกิดเหตุสภาล่ม เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพราะเป็นการประชุมนัดแรก หลังปิดสมัยประชุมไปกว่า 1 เดือน กลับมาเริ่มทำหน้าที่ในสภากันอีกครั้ง ของส.ส.ผู้ทรงเกียรติ ผู้แทนของประชาชน ที่หวังจะทำหน้าที่เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน แต่กลับล่มตั้งแต่วันแรก สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ท่ามกลางข่าวลือรัฐบาลจะดึงพรรคอื่นเข้ามาเพิ่ม เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี และนับเป็นเหตุสภาล่มครั้งที่ 2 ของชุดนี้ โดยครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อครั้งพิจารณาญัตติช่วยเหลือเกษตรกรเลี้ยงกุ้ง ตามจังหวะเกมการเมืองที่ชิงเหลี่ยมกัน ระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้าน
ส่วนครั้งที่ 2 กำลังจะลงมติ รับหลักการร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ ที่เสนอโดย “พริษฐ์ วัชรสินธุ” บัญชีรายชื่อก้าวไกล หรือไม่ พบว่า มีผู้แสดงตน 332 คน แต่ในการลงมติ กลับมีผู้ร่วมลงมติแค่ 228 ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง สภาจึงล่มไปในที่สุด และกลายเป็นสงครามน้ำลายของ 2 ฝั่งทันที ต่างฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝั่งเป็นต้นเหตุ และเป็นที่รู้กัน ไม่มีฝ่ายไหนยอมรับ “อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด” เพื่อไทย ได้ทีจัดหนักก้าวไกล เคยกล่าวไว้เองสภาล่ม 1 ครั้ง มูลค่าความเสียหายประมาณ 8,2 ล้านบาท แต่พบว่าเหลือสส.ก้าวไกลลงมติแค่ 2 คน จาก 92 คนที่แสดงตนเป็นองค์ประชุม จึงตั้งคำถามกลับถ้าฝ่ายตัวเองทำสภาล่มเสียเอง ไม่เป็นไรแล้วหรือ
เรามักจะได้ยินผู้หลักผู้ใหญ่ พูดกันเสมอว่า เรื่ององค์ประชุม เป็นหน้าที่ของฝ่ายรัฐบาล เสียงข้างมาก ต้องอยู่รักษาองค์ประชุม แต่บังเอิญสภาล่มครั้งนี้ ไม่ได้ล่มตอนนับองค์ประชุม แต่ล้มในชั้นการลงมติ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ก่อนลงมติ มีผู้แสดงตนรวม 332 คน ครบองค์ประชุม พรรคก้าวไกล แสดงตน 92 คน ไม่แสดงตน 56 คน , พรรคเพื่อไทย แสดงตน 104 คน ไม่แสดงตน 37 คน , พรรคภูมิใจไทย แสดงตน 62 คน ไม่แสดงตน 9 คน, พรรคพลังประชารัฐ 25 คน ไม่แสดงตน 15 คน, พรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงตน 13 คน ไม่แสดงตน 23 คน แต่เมื่อครั้งลงมติ 92 สส.ก้าวไกล ที่แสดงตน กลับลงมติ แค่ 2 คน จึงเป็นที่มา ของสภาล่ม ในชั้นลงมติ เพราะมี ผู้ร่วมลงมติแค่ 228 คน เท่านั้น จึงไม่ต้องสืบหากันอีกต่อไปว่า ใครคือต้นเหตุ แต่หลังจากนี้ จะรับมือเกมล่มสภาอีกแบบไหน
“ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม” สส.สุรินทร์ เพื่อไทย ในฐานะรองประธานวิป มองว่า การล่มสภาดังกล่าวเป็นเกมของฝ่ายค้าน เป็นการแก้เผ็ดของพรรคก้าวไกล ที่ไม่พอใจ การลงมติของ สส.รัฐบาล ในวาระที่ขอเลื่อนระเบียบวาระ ดังนั้นการประชุมหลังจากนี้ จึงต้องเอาเหตุการณ์ 13 ธ.ค. เป็นบทเรียน เพราะแม้รัฐบาลมี 314 เสียง แต่ก้าวไกล ก็เก่ง และเข้มแข็ง มีเขี้ยวเล็บมากขึ้น และได้ส่งสัญญาณเตือนแล้ว จากนี้รัฐบาลต้องเตรียมรับมือให้ดี และน่าสนใจว่า หลังจากนี้ เกมล่มสภา จะมีให้เห็นอีกหรือไม่
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews