โดย นายชาดา กล่าวว่าปัญหายาเสพติดถือเป็นปัญหาใหญ่ระดับประเทศ ซึ่งนายกรัฐมนตรีสั่งการให้เร่งปราบปรามอย่างจริงจังโดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความสําเร็จของการบูรณาร่วมกันของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมมือร่วมใจในการปราบปรามปัญหายาเสพติด
ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตํารวจปราบปรามยาเสพติด สืบสวนทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจากภาคเหนือเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง โดยซุกซ่อนท้ายรถกระบะปิดทับด้วยพืชผลทางการเกษตรหรือกล้วยนํ้าหว้า เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามจนกระทั่งพบว่ารถกระบะคันดังกล่าวได้ไปจอดทิ้งไว้ที่ปั้มแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนที่ต่อมาจะมีรถยนต์เก๋งมาจอดเทียบข้างและคนขับรถเก๋งได้ลงจากรถและขับรถกระบะคันที่ขนยาเสพติดต่อไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านอ่อนนุช เพื่อนํายาเสพติดไปพักไว้ที่บ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่พบเห็นของกลางจึงเปิดปฏิบัติการและแสดงตัวเข้าจับกุมทันที เบื้องต้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จํานวน 5 ราย พร้อมของกลางยาเสพติดกว่า 10 ล้านเม็ดและรถยนต์อีก 3 คัน
จากการสอบถามทราบว่าการซุกซ่อนยาเสพติดด้วยกล้วยนํ้าว้านั้นเป็นวิธีตบตาเจ้าหน้าที่ของคนร้ายขบวนการดังกล่าว ซึ่งยาเสพติดทั้งหมดนํามาพักไว้เพื่อเตรียมจําหน่ายต่อไปยังพื้นที่ปริมณฑล อย่างไรก็ตามหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะทําการสืบสวนขยายผลเพิ่มทั้งตัวบุคคลที่สั่งการ เส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงต่างๆเพื่อทลายทั้งเครือข่ายไม่ใช่เพียงการจับกุมแค่คนส่งเท่านั้น
ขณะที่ พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผู้บัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า ภายใต้แผน “ตามล่า 100 เครือข่าย” ในคดีนี้พบว่าผู้ต้องหาเครือข่ายดังกล่าวมีการรับยาเสพติดจากในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับการจับกุมก่อนหน้าเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา สำหรับ อ.เชียงดาว เป็นหนึ่งใน 5 อำเภอ ตามแนวชายแดนของที่พบการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเป็นประจำ โดยหลังจากนี้จะเร่งสืบสวนขยายผล
และดำเนินการสกัดกั้นการสักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนอย่างจริงจัง โดยจะร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการบังคับใช้มาตรา 5 (10) ของประมวลกฎหมายยาเสพติด ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการสกัดกั้นตามแนวชายแดนเพื่อลดการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาภายในประเทศ
ทั้งนี้ตลอดเดือนพฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมากองบัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติด สามารถจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสําคัญจํานวน 21 คดี จับผู้ต้องหาได้ 42 คน พร้อมของกลางยาเสพติด ยาบ้ากว่า 36 ล้านเม็ด ไอซ์ 125 กิโลกรัม เฮโรอีน 11 กิโลกรัม และโคเคน 3 กิโลกรัม รวมมูลค่ากว่า 24 ล้านบาท
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews