จ่อลดค่าไฟ อุ้มคนรวย ทุนใหญ่เฮ – แจกเงินหมื่น

Video คลิปข่าวทั่วไป ข่าว
ระหว่างที่ใครต่อใคร รอเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท จากพรบ.เงินกู้ 5 แสนล้าน ที่ไม่รู้ว่าจะได้จริงหรือไม่ แต่ช่วงรอยต่อแบบนี้ “รัฐบาลและนายกฯเศรษฐา” ก็ไม่รอช้า เร่งโหมข่าวดีด้วยการเดินหน้านโยบายแจกเงินทั่วไทย

 

 

ล่าสุด กับการเพิ่มเงินเดือนข้าราชการ-เจ้าหน้าที่รัฐฯ บรรจุใหม่ขึ้นปีละ 10% ภายใน 2 ปี โดยปริญญาตรี เริ่มต้น 18,000 บาท ขณะปวช. เริ่มต้น 11,000 บาท ประเดิมพ.ค.ปีหน้า 2567

 

 

 

 

 

นอกจากนี้ ยังจะมีการเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำให้กับผู้ใช้แรงงานเป็นของขวัญปีใหม่ แม้ว่าจะปรับขึ้นไม่เท่ากันทั้งประเทศ แต่ก็ขึ้นชื่อว่า รัฐบาลนี้ทำจริง ดูแลคนทุกกลุ่มแต่อย่างไรก็ตาม ข่าวดีที่รัฐบาลเร่งโหมขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ก็ยังเป็นคำถามที่ยังคาใจ ในหลากหลายประเด็น

 

 

 

 

 

ซึ่งนายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย “นายสมชาย พรรัตนเจริญ” บอกกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ความไม่ชัดเจนที่เกิดขึ้น กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนซึ่งยึดโยงกับกำลังซื้อ

 

 

 

 

“ตัวสินค้าก็คงยังไม่มีอะไรปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเท่าไร เพราะว่าที่ผ่านมากำลังซื้อมันไม่ค่อยดี ปกติแล้วในช่วงเดือน 11 กับ 12 จะเป็นช่วงที่ขายดี เพราะว่าเป็นฤดูเก็บเกี่ยว ของชาวไร่ ชาวนาต่างๆ ถึงเวลาเก็บเกี่ยว ถึงเวลาขาย แต่ในปีนี้ ด้วยสถานการณ์ตั้งแต่ที่ผ่านมา ฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวเหนี่ยวก็ขายไม่ได้ราคา แล้วก็ที่ผ่านมาเรื่องข้าวเจ้าก็โดนกดราคา แม้กระทั่งข้าวโพดที่อยู่ในฤดูเก็บเกี่ยวก็โดนกดราคา อันนี้คือสิ่งหนึ่งที่ทำให้กำลังซื้อของภาคประชาชนไม่ดีเท่าที่ควร ถึงแม้จะบอกว่ารัฐแจกเงินอะไรก็แล้วแต่ มันก็ยังไม่ชัดเจน ทำให้ภาวะความเชื่อมั่น หรือว่าการที่จะซื้อโน้นซื้อนี่มาในครัวเรือนก็ยังไม่สามารถที่จะทำให้มันมีกำลังขับเคลื่อนได้โดยตรง”

 

 

 

 

 

ส่วนการกู้เงิน 5 แสนล้านบาทของรัฐบาลเพื่อเพิ่มกำลังซื้อ หลังนายกฯเศรษฐาชี้ชัดว่าเศรษฐกิจไทยในขณะนี้วิกฤต จึงจำเป็นต้องกู้เงินลุยแจกดิจิทัล วอลเล็ต 1 หมื่นบาท โดย “นายสมชาย” กล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรที่จะกู้เงินมาแจก เพราะไม่เกิดการสร้างงานที่มีประสิทธิภาพ

 

 

 

 

 

“สิ่งที่รัฐบาลต้องดู ไม่ใช่ดูแต่เรื่องการกู้เงินแล้วมาแจก เพราะเงินหมื่นนึงพูดง่าย ๆ กินไปก็ถ่ายออกไปหมด แต่ไม่เกิดการสร้างงานอะไรที่มีประสิทธิภาพขึ้นมา เพราะฉะนั้นต้องมองใหม่ว่าถ้าเราจะตั้งใจกู้ 5 แสนล้าน มาทำระบบที่ดีกว่าเดิมได้ไหม จะแจกอย่างไรมีประสิทธิผล ตอนนี้เราขยายบาร์ผับให้เปิดถึงตี 4 แล้ว ใบอนุญาตที่จะเปิด มันควรที่จะแพงขึ้นกว่าเดิมไหม เพราะว่าที่ผ่านมาปิดตี 2 ตี 3 ตี 4 มันต้องไปจ่ายโน้น จ่ายนี่ เยอะแยะไปหมด เดือนนึงอาจเป็นแสน แต่รัฐบาลเก็บได้ถึงแสนไหม เราอาจไปขึ้นค่าบัตร อนุญาตให้มันแพงขึ้น เงื่อนไขดีขึ้น รัฐบาลเก็บเงินได้มากขึ้น ก็จะได้เอาเงินตรงนั้นมาโปะ ฝั่งที่ขาดทุนไหม คือหาตัง ต้องพยายามหาเพิ่มขึ้นกว่าเดิม

 

 

 

 

 

ส่วนประเด็นที่กกพ.มีมติปรับขึ้นค่า Ft งวดม.ค.-เม.ย.2567 เกินคาดที่ 69.07 สตางค์/หน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มเป็น 4.68 บาท/หน่วย จนทำให้นายกรัฐมนตรีจ่อเรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องเพราะไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่า ในอนาคตรัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือ แต่การช่วยเหลือนั้น “นายสมชาย” กล่าวว่า จะต้องแบ่งแยกการช่วยเหลือ เนื่องจากงบประมาณเรามีจำกัด เพราะถ้าไม่แบ่งแยก คนที่ได้ประโชยน์สุด ก็คือ กลุ่มทุนใหญ่

 

 

 

 

 

 

“คือสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ ผมว่าเวลานี้ ต้องแยกแยะระหว่างระดับล่างกับระดับบน เพราะว่างบประมาณเรามีจำกัด เงินเรามีน้อย เราไปลดระนาบเดียวกันหมดหมายความว่า ทุกครั้งที่ลด สิ่งที่ได้ผลประโยชน์สูงสุด ก็คือกลุ่มคนรวย คนมีสตางค์ ยกตัวอย่างเช่น โรงงาน หรือห้างใหญ่ๆ ซึ่งใช้จำนวนหน่วยไฟฟ้าสูงที่สุด ถ้ารัฐบาลบอกว่า ลดไป 2 สตางค์สมมติ ซึ่งอาจจะลดมากกว่านั้น ลดไปเสร็จปุ๊ป ทุกคนที่ใช้ไฟจะได้ส่วนลดหมด แต่คนจนใช้นิดเดียว งบประมาณสมมติใช้ไป 5 พันล้าน ลดให้คนรวย สัก 4 พัน โดย 1 พันอาจจะอยู่ในกลุ่มคนจนซึ่งใช้ไฟน้อย อันนี้คือสิ่งที่ลดทุกครั้ง คนรวยได้ประโยชน์ อันนี้คือสิ่งที่รัฐบาลไม่ได้คำนึงถึงตรงนั้น บอกว่าต้องถ้วนหน้า แต่การถ้วนหน้าของรัฐบาล ก็คือ ทำให้กลุ่มทุนรายใหญ่ การค้ารายใหญ่ การค้าที่มีเครือข่ายมากสุด ได้ผลประโยชน์สูงสุด ถ้ารัฐบาลบอกมีตังค์อยู่แค่พันล้าน มากำหนดเลยว่า ครอบครัวไหนที่ใช้ไฟเดือนนึงไม่เกิน 1 พันบาท รัฐบาล subsidize ให้เฉพาะครอบครัวนั้นไป 50% มันก็ทำให้ระดับข้างล่างมีเงินมาซื้อ หมุนเวียนได้มากขึ้น”

 

 

 

จากนี้ต่อไปจะต้องจับตามาตรการช่วยเหลือเรื่องค่าไฟอย่างใกล้ชิด เพราะล่าสุด กระทรวงพลังงาน เตรียมหารือ กกพ. และ สำนักงบประมาณ เพื่อหาช่องทางลดค่าไฟให้ประชาชน เบื้องต้น คาดว่าจะลดค่าไฟฟ้าให้เหลือ 4.20 บาทต่อหน่วยนั่นเอง

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews