น่าติดตามเป็นอย่างยิ่งกับภาพรวมเศรษฐกิจไทย ในห้วงจัวหวะที่ “รัฐบาล เศรษฐา 1” ออกนโยบายจัดหนัก แจกโชคใหญ่ ปีหน้า
ทั้ง “ดิจิทัล วอลเล็ต” แจกเงินหมื่น กับ 3 สูตร แบ่งชนชั้น “คนรวย” และ “คนจน” ที่ในขณะนี้ยังไม่ลงตัว ว่าใครจะมีสิทธิ์ได้เงินก้อนดังกล่าวก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย “ดิจิทัล วอลเล็ต” ได้มีข้อสรุปต่อมาตรการดังกล่าวเพื่อยื่นเสนอต่อ คณะกรรมการนโยบายโครงการ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในช่วงถัดไป โดยมีรายละเอียดดังนี้
1) ลดกลุ่มเป้าหมายลงจากเดิม โดยอาจตัดผู้มีรายได้หรือเงินเดือน มากกว่า 25,000 บาท หรือมีเงินฝากมากกว่า 100,000 บาทออกไป
2) ขยายขอบเขตการใช้จ่ายออกเป็นภายในอําเภอ แทนที่จะใช้กรอบรัศมี 4 กิโลเมตร และกําหนดกรอบเวลาใช้จ่ายภายใน 6 เดือน
3) เสนอใช้งบประมาณรายจ่ายปี 2567 ในรูปแบบงบผูกพันต่อเนื่อง 4 ปี ใช้งบประมาณปีละ 1 แสนล้านบาท รวมยอดเงินประมาณ 4 แสนล้านบาท
4) ให้ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้จัดทำระบบ Platform ใหม่ ที่เป็นระบบ บล็อกเชน
5) เลื่อนกรอบเวลาใช้นโยบายเป็น เม.ย. – พ.ค. 2567
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ มองว่า แนวทางการใช้เงินงบประมาณที่อาจจะออกมาในรูปแบบของงบผูกพัน กระจายออกไปหลายปี ปีละ เท่าๆกัน ก็จะทําให้ภาระทางการคลังลดหลั่นตามมาด้วย โอกาสที่จะถูกโจมตีจากนักวิชาการและนักเศรษฐศาสตร์เกี่ยวกับปัญหาการก่อหนี้และการขาดดุลงบประมาณจึงน่าจะถูกลดทอนลงตามลําดับ
ขณะที่ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง “ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช” กล่าวกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า นโยบายดิจิทัล วอลเล็ต รัฐบาลสามารถทำได้ แต่ต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน ทำอย่างตรงไปตรงมา ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจไทยนั้น ยังเชื่อว่าเติบโตต่อไปได้ โดยรัฐบาลจะต้องเร่งขับเคลื่อนนโยบายด้านการท่องเที่ยว และการลงทุนให้มากขึ้น
“เศรษฐกิจไตรมาส 4 เค้าเคยพยากรณ์ว่ามันจะเติบโตสูง แต่นี้พอมีสงคราม มีอะไร มันก็ทำให้เศรษฐกิจทั้งปีจะเหลืออยู่ประมาณ 2% กว่าๆ ปีหน้าเค้าพยากรณ์ไว้ประเมิน 4% แต่นี้ถ้าสงครามยืดเยื้อมันก็จะมีปัญหา ทีนี้รัฐบาลไทย ต้องแอ็คชั่นอย่างไร ทีนี้ถ้าจะทำโครงการที่ว่านี้ รัฐบาลจะต้องดูอีกโครงการหนึ่ง คือ ไปดึงดูดนักท่องเที่ยวมาที่นายกฯทำ เรื่องไม่ต้องใช้วีซ่าเข้าประเทศ ให้ประเทศจีนก็ควรจะทำประเทศอื่นๆรัสเซียยุโรปอะไรต่างๆ เค้าจะได้มาง่าย เป็นเพราะว่า การไปขอวีซ่าแล้วมันยุ่งยากแล้วมันต้องจ่ายเงินจ่ายอะไรมันเสียเวลา” อดีต รัฐมนตรีฯคลัง “สุชาติ” กล่าวอีกว่า เรื่องค่าเงินบาทก็มีความสำคัญ เพราะเชื่อมโยงกับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย
“ควรดูค่าเงินบาทด้วย ตอนนี้แม้ว่าค่าเงินบาทมันจะอ่อนลงไปเทียบกับเงินสหรัฐนะ แต่ว่าค่าเงินบาทเทียบกับเพื่อนบ้าน แข็งมาก หมายความว่าเพื่อนบ้านจะมาเที่ยวเรา เขาต้องจ่ายเงินของเค้ามากขึ้น เช่นค่าเงินบาทเคย เทียบกับเงินริงกิตประมาณ 1 ริงกิตมันเท่ากับ 10 บาท เดี๋ยวนี้ 1 ริงกิตเนี่ยแลกได้แค่ 7 บาท ก็หมายความว่าเงินบาทมันแข็งค่าขึ้นไป
เอาริงกิตมาแลกบาทได้น้อยลง นักท่องเที่ยวเขาก็จะต้องเอาเงินมามากขึ้น เค้าก็ไม่มา เค้าก็ไปที่อื่น อันนี้เทียบริงกิต ประเทศอื่นๆก็เหมือนกัน ค่าเงินบาทเทียบแล้วเราแข็งกว่าภูมิภาค แปลว่าราคาของประเทศไทยมันแพงนะ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมา แล้วก็ของที่ไปขาย เรียกว่าสินค้าส่งออกเนี่ย มันก็โตติดลบ”
ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทย ล่าสุด กระทรวงการคลัง ระบุว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 2.7 ขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2565 ที่ขยายตัวที่ร้อยละ 2.6 ต่อปี พร้อมคาดว่าปีนี้จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทย 27.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 148.3 ต่อปี และมีรายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.18 ล้านล้านบาท
ส่วนปี 2567คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเร่งขึ้นที่ร้อยละ 3.2 ต่อปี โดยได้ปัจจัยหนุนจากการบริโภคภาคเอกชน และการส่งออก ส่วนภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง คาดว่าปี 2567 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทย 34.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.6 ต่อปี
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews