เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.ต.สุริยา สิงกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีหมูเถื่อน 161 ตู้ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรม นํากําลังชุดปฏิบัติการพิเศษของดีเอสไอ พร้อมหมายศาลอาญาเข้าตรวจค้น 2 จุด ซึ่งเชื่อว่ามีการลักลอบนําเข้าหมูเถื่อนในพื้นที่เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ
โดยจุดแรกเป็นอาคารพาณิชย์ 2 คูหา 4 ชั้น จากการตรวจสอบพบด้านหน้าเป็นร้านจำหน่ายเนื้อสัตว์และเครื่องในแช่แข็ง ส่วนบริเวณชั้นบนเปิดเป็นลักษณะห้องอาหารและสำนักงาน นอกจากนี้พบห้องเย็นซึ่งมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการสไลด์เนื้อสัตว์แช่แข็งและตู้แช่แข็ง เบื้องต้นไม่พบเจ้าของอาคารเจ้าหน้าที่จึงประสานให้เข้ามาพบ
ส่วนจุดที่ 2 ห่างไปประมาณ 100 เมตร เป็นอาคารพาณิชย์ 1 คูหา 4 ชั้น ลักษณะเป็นอาคารสำนักงานและมีตู้แช่เย็นเนื้อสัตว์อยู่ที่ด้านหลังอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งพบเอกสารต่างๆจึงเก็บรวบรวมเพื่อนําไปตรวจสอบ
พ.ต.ต.สุริยา อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ปฏิบัติการในวันนี้สืบเนื่องจากกรณีที่กรมศุลกากรแจ้งอายัดตู้คอนเทนเนอร์จํานวน 161 ตู้ ที่ท่าเรือแหลมฉบัง แต่การทํางานของดีเอสไอคือการสืบสวนย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2564-2566 ซึ่งพบมีการลักลอบนําเข้าหมูเถื่อนจํานวน 2,385 ตู้ โดยเป็นของบริษัทที่เข้าตรวจค้นกว่า 100 ตู้ ซึ่งพบร่องรอยและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องจนนํามาสู้ปฏิบัติการในครั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีการออกหมายจับ 5 บริษัท และบุคคลอีก 6 คน
ซึ่งล่าสุดวานนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 6 คนแล้ว ผลการสอบสวนพบว่ามีกลุ่มนายทุนสั่งให้นําหมูเถื่อนเข้ามาและมีการพาดพิงมายังบริษัทดังกล่าว โดยวันนี้มีเจ้าหน้าที่จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์มาร่วมเก็บพยานหลักฐาน เบื้องต้นพบหลักฐานการเงินและใบสั่งซื้อออเดอร์ต่างๆ โดยหลังจากนี้จะมีการขยายผลเพิ่มเติมเพื่อจับกุมผู้กระทําผิดต่อไป ซึ่งจากการตรวจสอบพบมีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องในการเอื้อประโยชน์การลักลอบนําเข้าหมูเถื่อนอีกด้วย
ส่วนกรณีที่ประชาชนกังวลว่าบริษัทดังกล่าวมีการกระจายหมูเถื่อนในพื้นที่เขตดอนเมืองหรือไม่นั้น ด้านอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่ามีความเป็นไปได้เพราะจุดตรวจค้นทั้ง 2 จุดพบอุปกรณ์ที่ใช้ในการสไลด์เนื้อสัตว์แช่แข็งและพบเนื้อหมูต้องสงสัยจํานวน 20 กล่อง รวม 20 กิโลกรัม จึงส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาตร์นําไปตรวจสอบว่าเชื่อมโยงกับหมูเถื่อนที่ท่าเรือแหลมฉบังก่อนหน้านี้หรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบย้อนหลัง 2 ปี
พบการลักลอบนำเข้าเนื้อหมูเถื่อนจำนวน 2,385 ตู้ ทำให้กรมศุลกากรสูญเสียการจัดเก็บรายได้จากภาษีอากรตู้ละ 5 แสนบาท รวมมูลค่าความเสียหายมากกว่า 1 พันล้านบาท ซึ่งจะมีการเรียกร้องค่าเสียหายกับขบวนการที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง และฝากถึงผู้ประกอบการหรือเจ้าของห้องเย็นทั่วประเทศด้วยว่าการรับซื้อเนื้อหมูเถื่อนถือเป็นความผิด ซึ่งจะถูกดำเนินคดีในฐานความผิดเดียวกันและอาจต้องร่วมรับผิดชอบความเสียหายดังกล่าวที่เกิดขึ้นอีกด้วย
ทั้งนี้ในส่วนของการทําลายเนื้อหมูเถื่อนที่เหลืออยู่ 140 ตู้ จาก 161 ตู้ พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีการทําลายไปแล้ว 20 ตู้ และเผา 1 ตู้ ในพื้นที่ จ.สระแก้ว แต่ชาวบ้านร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นเน่า จึงย้ายไปฝังกลบทําลายในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งกําหนดการเดิมจะต้องนําไปทําลายในวันนี้จํานวน 30 ตู้ แต่ปรากฏว่าชาวบ้านเกรงเรื่องของกลิ่นเหม็นเน่าและโรคระบาด
ซึ่งกรมปศุสัตว์อยู่ระหว่างเจรจากับชาวบ้านในพื้นที่ เพราะเข้าใจปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ส่วนเป้าหมายการทําลายหมูเถื่อนที่ดีเอสไอขีดเส้นไว้สิ้นเดือนตุลาคมนี้ แต่หากเกิดปัญหาดังกล่าวก็อาจจะไม่ทันตามกรอบระยะเวลาที่กําหนด แต่ยืนยันจะดําเนินการทําลายหมูเถื่อนที่เหลือโดยเร็วที่สุดเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews