“ประพันธ์-เรืองไกร” 2 มือสังหารพิฆาต “พิธา”

Video คลิปข่าวทั่วไป ข่าว

 

ขั้วอำนาจเดิมสุดโหดเล่นเกมเหี้ยม ดับอนาคต “พิธา”  ว่าที่นายกฯ แบบไม่ปล่อยให้มีโอกาสโหวตรอบ2 ชิงตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

 

 

ขั้วอำนาจเดิมสุดโหดเล่นเกมเหี้ยม ดับอนาคต พิธา ว่าที่นายกฯ แบบไม่ปล่อยให้มีโอกาสโหวตรอบ2 ชิงตัดไฟตั้งแต่ต้นลม แน่นอนราคาที่ต้องจ่ายมหาศาล เพราะไปจุดไฟในนาคร เติมเชื้อเพลิงในกลุ่มมวลชนด้อมส้ม ที่หลอนมาตลอดว่ากลุ่มตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ ฉะนั้นแล้วสังคมไทย โดยคนไม่กี่คนกำลังหมุนกงล้อประวัติศาสตร์กลับไปที่ความขัดแย้งเดิมๆ ที่จะมีการเผชิญหน้าระหว่างมวลชนที่คลั่งแค้นกับเจ้าหน้าที่รัฐ

 

 

ที่ต่อสู้บนซากปรักหักพังของการแย่งชิงอำนาจ การปิดจ๊อบพิธา ด้วยใช้เกมสภาลงมิติไม่เห็นชอบให้มีการโหวตพิธาเป็นนายกฯรอบ2 นั้นถูกจุดพลุมาจาก “ส.ว.ประพันธ์ คูณมี ” เขาให้สัมภาษณ์สื่อ เปิดประเด็นนี้เป็นคนแรกเมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมาหลังจากวันที่ 13 ก.ค. โหวตรอบแรกไม่ผ่าน โดย ประพันธ์ ระบุว่า” พิธาได้เสียงเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ถึงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 กำหนดจึงทำให้ญัตติตกไป และจะเสนอชื่อพิธาให้โหวตอีกครั้งนั้น ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ทำไม่ได้ เพราะญัตติตกไป ถือว่าจบแล้ว

 

 

ประพันธ์ ยังระบุต่อว่า ” ตามมาตรา 272 วรรค 2 ระบุว่า ตามหลักการหากโหวตครั้งแรกไม่สามารถได้บุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ว่าจะด้วยเหตุใด ประธานรัฐสภาต้องให้สมาชิกรัฐสภารวมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาตามมาตรา 272 วรรค 2 เท่านั้น และต้องได้เสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสองสภา หรือ 500 เสียง จึงจะทำให้พิธา ในฐานะผู้ที่เคยได้รับการเสนอชื่อให้โหวตเป็นนายกรัฐมนตรีกลับมาเสนอได้อีก”

 

 

นอกจากนี้ประเด็นสังหารที่ ประพันธ์ ชงให้เชือดแล้ว ในการโหวตนายกฯรอบแรก เขาก็จัดหนักจัดเต็มมาก่อนนี้โดยลุกขึ้นอภิปรายในทำนองว่าการเสนอชื่อ “พิธา” เป็นการเสนอชื่อบุคคลที่มีลักษณะต้องห้าม ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 160 โดยชัดแจ้งเพราะถือหุ้นสื่อ พร้อมเตือน ส.ส.-ส.ว.หากลงมติโหวตให้เสี่ยงผิดกฎหมายจะถูกดำเนินคดี ตามมาตรา 231 (1) เป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่ที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมอย่างร้ายแรง

 

 

” ประพันธ์ คูณมี”ตามประวัติอายุ69 ปี เคยเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสมาชิกวุฒิสภา ชุดที่ 12 ในอดีต เขาเคยเป็นคนเดือนตุลา 2514 และเคยโด่งดังในช่วงเป็นทนายคู่ใจให้ ปีศาจคาบไปป์ นาวาอากาศตรี ประสงค์ สุ่นศิริ และประพันธ์ ยังเป็นแนวร่วมคนสำคัญของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เคลื่อนไหวล้มรัฐบาลทักษิณ อีกด้วย และวันนี้เขาเป็นมือสังหารดับฝันพิธาไปแล้ว

 

 

มือสังหารคนต่อมา คือ “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ” เด็กค่ายป่ารอยต่อ เขาเป็นคนไปยื่นให้ทางกกต.ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 เพื่อวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพ ส.ส.ของนายพิธา สิ้นสุดลงตามธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) จากเหตุมีชื่อถือครองหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด มหาชน หรือไม่ และ ต่อมา 19 ก.ค.2566 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติสั่งให้ พิธา ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.ไปจนกว่าวันที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยชี้ขาด

 

 

 

นอกจากนี้ “เรืองไกร”ยังมุ่งมั่นร้องเอาผิด พิธาและค่ายก้าวไกลอีกหลายคดี ไม่ว่าจะเป็นร้อง “กกต.” สอบ “ก้าวไกล-7พรรค” ร่วมลงนาม MOU ชี้ผิดถึงขั้นยุบพรรค หรือร้อง กกต. สอบ ‘พิธา’ดูวอลเลย์เป็นการนำการเมืองมาเกี่ยวข้องกับการกีฬาหรือไม่ หรือจะเป็นการตามจองเวร ‘พิธา’ ร้อง กกต. สอบกรณีเป็นเจ้าของหนังสือ 4 เล่ม ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ฟันพ้น ส.ส. หรือไม่ ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงจากความพยายามอย่างหนักของเรืองไกร ก็สัมฤทธิ์ผลในที่สุด ฉะนั้นแล้วต้องติดตามว่า เมื่อพิธา พ้นสมการไปแล้ว กระดานเกมการเมืองต่อไป..เพื่อไทยจะถูกบีบเพื่อถีบก้าวไกลเพื่อเป็นรัฐบาลหรือไม่?

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews