โหวต “พิธา” นายกฯ ว่ายากแล้ว แก้รธน.ตัด ม.272 ยากยิ่งกว่า

คลิปข่าวทั่วไป Video ข่าว
ศึกโหวตเลือกนายกฯในรัฐสภา ตามบทเฉพาะกาล มาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ถูกมองไม่เป็นประชาธิปไตย “พิธา” และ “ก้าวไกล” พบกับความพ่ายแพ้ แบบบอบช้ำสุดๆ ได้เสียง ส.ว.มาร่วมสนับสนุน แค่ 13 คน จาก 249 โดยที่ส่วนใหญ่ จะงดออกเสียง และไม่ได้เสียงของอีกซีกที่จะเป็นฝ่ายค้านเลยแม้แต่เสียงเดียว ผิดกับราคาคุยของเลขาธิการพรรค และรองหัวหน้าพรรคเป็นอย่างมากที่ระบุก่อนวันโหวต ว่าหา ส.ว.ไว้ครบตามจำนวนแล้ว บ่งบอกถึงการถูกโดดเดี่ยว และลอยแพอย่างชัดเจน

 

 

 

โดยระหว่างที่มีการเปิดอภิปราย ถูกตั้งคำถามทั้งในตัวบุคคล เรื่องคุณสมบัติของ “พิธา” และคำถามต่อพรรค คือนโยบายของก้าวไกล เรื่อง ม.112 และกลายเป็นกำแพงสำคัญ ที่ ส.ส. และ ส.ว.จำนวนมาก ก้าวข้ามไปไมได้ จนทำให้เกิดคำถามขึ้นมาอีกครั้งว่า หาก 8 พรรค เสนอชื่อ “พิธา” รอบ 2 ได้ ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ จะได้เสียงเพิ่มขึ้น หรือจะลดลงจาก 324 เสียง

 

 

และนั้นอาจกลายเป็นที่มาของการพยายามแก้เกม ด้วยการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี หรือเรียกสั้นๆว่า “ปิดสวิตช์ ส.ว.” เหมือนที่เคยมีความพยายามมาแล้วถึง 6 ครั้ง ในช่วง4ปีก่อน ตอนเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งไม่เคยใกล้เคียงกับความสำเร็จเลย

 

 

ย้อนกลับไปที่ การโหวตนายกรัฐมนตรี ตามมาตา 272 ซึ่งกำหนดไว้ว่า ช่วงห้าปีแรก ตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ ความเห็นชอบบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159ให้กระทําในที่ประชุมร่วมรัฐสภา และต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ซึ่งจริงๆ แล้ว โจทย์ของ 8 พรรค ที่มีก้าวไกลเป็นผู้นำ นั้นง่ายมากเพราะมีแล้วถึง 312 เสียง จาก 750 ต้องการอีกแค่ 64 เสียงเท่านั้น จะเป็นจาก ส.ว.250 คน ก็ได้ หรือจะเป็น ส.ส.อีกซีกหนึ่งก็ได้ ซึ่งถือว่าง่ายมาก หากมีการพูดคุยเจรจากันดีๆ ไม่ใช่ กดดันด่ากันแบบสาดเสียเทเสีย เหมือนที่ก้าวไกลทำลงไป แต่นั่นก็ไม่ใช่ความผิด เพราะนั่นคือการแสดงตัวตน จุดยืนที่แท้จริงของพรรค ที่มีเสียงประชาชนสนับสนุนถึง 14 ล้าน ดังนั้น การจะหาเพิ่ม

 

ในรอบ 2 หากก้าวไกลยังคงเป็นแนนนำ และร่วมรัฐบาลอยู่ ก็เป็นงานที่ค่อนข้างยาก หากไม่เปลี่ยนท่าที และยิ่งไปกว่านั้น การเสนอแก้ไข ม.272 หากต้องการความสำเร็จ ก็จะยากยิ่งกว่าเพราะลำพัง หา 64 เสียงเพื่อเป็นายกฯ ยังทำไม่ได้ และจะเอา ส.ว. 1 ใน 3 หรือประมาณ 84 คน มาจากไหน มายกมือเห็นชอบในชั้นรับหลักการ ซึ่งการเดินเกมนี้อาจแค่ต้องการประจาน ส.ว.แก้เกี้ยวเท่านั้น

 

 

ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าทำไม่สำเร็จ เพราะ “ประเสริฐ” จัทรทรวงทอง” เลขาฯเพื่อไทย ก็ยอมรับว่ายากมาก แต่พร้อมสนับสนุน เพราะเพื่อไทยลองทำมาหลายครั้งแล้วเมื่อตอนเป็นฝ่ายค้านแม้หลายพรรคการเมืองมีเจตนารมณ์เดียวกันแล้วก็ตาม เสียงจากส.ส.เกินกึ่งหนึ่งแน่นอนอยู่แล้ว

 

 

แต่หากไม่ได้ ส.ว. 1 ใน 3 ก็ไปต่อไม่ได้ ดังนั้น ใครที่มองว่า เสียง ณ เวลานี้ ของ 8 พรรคกับท่าทีของ ส.ว.ที่งดออกเสียง จะสามารถปิดสวิตช์ ด้วยการแก้ไข ม.272 นั้น คงคิดผิด เพราะหากต้องการปิดสวิตช์ ส.ว.จริงๆ ในการโหวตนายกฯ ง่ายที่สุดก็แค่ถึงพรรคอื่นมาร่วมรัฐบาลเพิ่ม เพราะแค่ภูมิใจไทยพรรคเดียวก็เกินพอแล้ว ง่ายกว่า การดิ้นรนด้วยแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.272 หลายเท่าตัว แต่หากไม่เลือกวิธีการนี้ ก็คงได้เห็นอะไรที่พลิกผันไปในการโหวตรอบ 2 นี้อย่างแน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews