สถานการณ์ราคาสินค้าขณะนี้ โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ทำให้กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในเดือนพฤษภาคม 2566 น่าจะอยู่ในระดับต่ำขยายตัวเพียง ร้อยละ 0.5 และภาพรวมปีนี้ ไม่น่าจะสูงเกิน ร้อยละ 2
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกว่า ภาพรวมราคาสินค้าตั้งแต่ต้นปี ชะลอตัวลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะหมวดอาหาร ที่มีผลต่อผู้บริโภคมากที่สุด สะท้อนได้จากตัวเลขเงินเฟ้อไทย ในเดือนมกราคม 2566 อยู่ที่ร้อยละ 5.02 และชะลอลงต่อเนื่อง จนล่าสุดในเดือนเมษายน ขยายตัวเพียงร้อยละ 2.67 และคาดว่า ในเดือนพฤษภาคม ที่จะมีการสรุปตัวเลขในสัปดาห์หน้า อัตราเงินเฟ้อ จะเป็นขยายตัวแค่ ร้อยละ 0.5 เป็นทิศทางที่ดี และถือเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในอาเซียน และไม่เกินลำดับที่ 14-15 จาก กว่า 130 ประเทศทั่วโลก
โดยราคาอาหารสด เช่น หมูเนื้อแดง เฉลี่ยกิโลกรัมละ 145 บาท ถือว่าต่ำราคาโครงสร้างต้นทุน ประมาณ 40 บาท หรือ ร้อยละ 20 เช่นเดียวกับเนื้อไก่ ที่ราคาต่ำกว่าราคาโครงสร้างต้นทุนประมาณร้อยละ 17 และไข่ไก่ เบอร์ 3 แม้ราคาจะปรับขึ้นในช่วงนี้ เพราะเป็นช่วงหน้าร้อน ปริมาณผลผลิตไข่ไก่ลดลง และขนาดก็เล็กลงด้วย แต่ราคาเฉลี่ยยังต่ำกว่าราคาโครงสร้างถึง ร้อยละ 16 ขณะที่ ราคาผักในภาพรวมปรับลดลงจากสัปดาห์ก่อน เนื่องจากปริมาณผลผลิตออกมากขึ้นหลังจากฝนเริ่มตก และกรมการค้าภายใน ช่วยระบายผักออกสู่ตลาดมากขึ้น
ส่วนราคาพืชผลทางการเกษตร ช่วงเวลานี้ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมาก เช่น ข้าว ทั้ง 4 ชนิดที่ราคาตลาด สูงกว่าราคาประกันรายได้เกษตรกรเกือบทุกตัว มันสำปะหลัง เฉลี่ย 3.35 บาท -3.80 บาท/กิโลกรัม ถือได้ว่าเป็นยุคทองของมันสำปะหลังไทย ผลปาล์มน้ำมัน เฉลี่ยกิโลกรัมละ 5.0 – 5.50 บาท สูงกว่าราคาประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 4 บาท ในขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องที่กิโลกรัมละ 12 บาท ส่วนปัจจัยการผลิตสินค้าเกษตรสำคัญ โดยเฉพาะปุ๋ย ก็ปรับลดลง เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา เช่น ยูเรีย ลดลง ร้อยละ 50 ปุ๋ยอื่นๆเฉลี่ย ลดลงประมาณ ร้อยละ 30
โดยทั้งหมดนี้ ถือเป็นการสะท้อนรายได้ของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายจ่ายของประชาชน มีแนวลดลงจากราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะกลุ่มอาหารสด ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญ ที่มีผลต่ออัตราเงินเฟ้อ รวมทั้งราคาน้ำมันและราคาพลังงาน โดยกระทรวงพาณิชย์คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อไทยในปีนี้ จะขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 2.0
แต่จะอยู่ในกรอบที่ประมาณไว้หรือไม่นั้น คงต้องมีการจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะจนกว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ นโยบายหลายอย่าง ถือเป็นตัวเร่งสำคัญทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าสูงขึ้น อาจมีผลสะท้อนถึงราคาสินค้า กดดันทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นอีกได้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews