ในเดือนก.พ.-เม.ย.นี้คาดว่าจังหวัดภาคเหนือจะต้องประสบกับหมอกควันที่เป็นมลพิษทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของคนโดยมีความเสี่ยงสูงที่จะเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้ ส่งผลให้หลายพื้นที่ต้องกำชับด้านสาธารณสุข ดูแลอย่างเต็มที่โดยเฉพาะกลุ่มเด็กๆและผู้ป่วยโรคต่างๆ อีกทั้งข้อมูลอ้างอิงจากงานวิจัยก็ได้บอกว่าปัญหาหมอกควันยังไปกระทบภาคธุรกิจและการท่องเที่ยวอีกด้วย
สำนักข่าวไอเอ็นเอ็นได้สัมภาษณ์พิเศษกับนายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าราชการจ.แพร่ ระบุว่าจากปัญหาหมอกควันในพื้นที่ส่งผลให้ผู้คนเริ่มได้รับผลกระทบแล้ว มีทั้งแสดงอาการและไม่แสดงอาการ เพราะภูมิคุ้มกันของแต่ละคนแตกต่างกัน จึงได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด
โดยพบว่าในจังหวัดมีการลักลอบเผาไหม้บริเวณเขตป่าเฉลี่ยวันละ10-20จุด ซึ่งได้ควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด เบื้องต้นจากสถานการณ์ไฟป่าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถควบคุม ดับไฟได้ครบทุกจุด และเบื้องต้นยังคงควบคุมสถานการณ์ได้ดี ขณะที่ในพื้นที่นั้นมีโรงงานอุตสาหกรรมไม่มากนัก
ดังนั้นปัจจัยที่ก่อให้เกิดหมอกควันและฝุ่นPM2.5พุ่งนั้นส่วนใหญ่มาจากการเผาไหม้ รวมถึงทิศทางลมด้วยเช่นกันแม้ว่าปัญหาหมอกควันจะยังไม่กระทบต่อการท่องเที่ยว แต่ทางจังหวัดเองนั้นไม่ประมาทสั่งเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งปลายเดือนก.พ.นี้ก็จะจัดมีการงานไหว้พระธาตุช่อแฮ คาดว่าปีนี้นักท่องเที่ยวจะเข้ามาไม่ต่ำกว่า1หมื่นคน เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นฟูได้ตามลำดับต่อไป
ทั้งนี้หมอกควันในภาคเหนือ เป็นปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นและหมอกควันจากไฟป่า ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพ โดยมีวิธีป้องกันตนเองเบื้องต้น คือ1. หลีกเลี่ยงการสูดฝุ่นละออง2. หลีกเลี่ยงการอยู่บริเวณที่โล่งแจ้ง 3. ปิดประตูหน้าต่างด้านที่รับลม 4. ควรดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ5.ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ หอบหืด โรคหัวใจ โรคปอด รวมทั้งเด็กและผู้สูงอายุ ควรพักผ่อนอยู่ในบ้าน เป็นต้น
ล่าสุดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยกระดับการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 พื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ โดยพบว่า ปีนี้สถานการณ์รุนแรงกว่าปี 64 พบเกินค่ามาตรฐานเป็นระยะๆตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา คุณภาพอากาศหลายพื้นที่อยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ปัจจุบันพบสัดส่วนจุดความร้อนสะสมพื้นที่ป่ามากที่สุดถึงกว่าร้อยละ 70
ขณะนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. ยังได้กำชับให้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน (ส่วนหน้า ภาคเหนือ) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ประสานงานกับทุกหน่วยงาน ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวน เฝ้าระวัง และดับไฟโดยเร็วที่สุด ให้ดำเนินการอย่างเต็มกำลังเพื่อคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตามจังหวัดภาคเหนือต้องประสบกับหมอกควันในทุกๆปี และทุกภาคส่วนต่างต้องบูรณาการเร่งแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวเพื่อลดการป่วยและเสียชีวิต นอกจากนี้ยังพบว่าหมอกควันได้กระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยวซึ่งอาจจะทำให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวได้ช้าก็เป็นได้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews