“ชูวิทย์” แฉ บิ๊กปปง. สนิท “ตู้ห่าว” เปิดช่องทุจริตแก๊งจีนสีเทา

Video คลิปข่าวทั่วไป ข่าว
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีทุนจีนสีเทา ที่มีนายชัยณัฐร์ หรือ ตู้ห่าว ผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่เป็นตัวการหลักในการดําเนินธุรกิจผิดกฎหมายต่างๆภายในประเทศไทย ว่า ตนเองเริ่มคดีนี้ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา

 

 

 

จากการเก็บข้อมูลต่างๆจนพบความผิดปกติ จากประเทศจีนที่ทางรัฐบาลจีนทําการกวาดล้างปราบปรามปัญหาคอรัปชั่น การพนันออนไลน์ และธุรกิจผิดกฎหมายอย่างเอาจริงเอาจัง และแน่นอนว่าประเทศจีนมีประชากรจํานวนมาก มีทั้งคนดีและไม่ดีหรือที่เรียกจีนเทา

 

 

ซึ่งจีนเทาเหล่านี้ต่างกระจายหนีออกหาประเทศที่อ่อนแอในระบบราชการ เพื่อทําธุรกิจผิดกฎหมายต่างๆ อาทิ บ่อนการพนัน ยาเสพติด คอลเซนเตอร์ ซึ่งประเทศไทยคือประเทศหลักที่จีนเทาเหล่านี้ต้องการมาทําธุรกิจสีเทา

 

 

นายชูวิทย์ กล่าวว่า ระบบราชการอ่อนแอก็ต้องยอมรับเพราะจีนเทาเหล่านี้เข้ามาได้ต้องผ่านด้านแรกคือ สํานักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่เปิดรั้วชาติรับคนเลวเข้าประเทศ และแน่นอนว่าเมื่อเข้ามาแล้วต้องซื้อบ้าน คอนโด ที่ดินกว่าพันไร่ อีกทั้งยังพากันหลอกจีนด้วยกันเองให้เข้ามาเที่ยว มาเสพยา ทําเหมือนประเทศไทยเป็นเสรีสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งมีอยู่หน่วยงานหนึ่งที่หายไปจากสารระบบทั้งที่ควรออกมาทํางานตั้งนานแล้ว นั่นก็คือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

 

 

โดยนายชูวิทย์ เผยว่า เหตุผลที่ ปปง. ไม่ออกมาเคลื่อนไหวหรือเรียกว่าหายไปจากสารระบบนั้น เป็นเพราะ เดิมที่มีคนชื่อ ปิง ยศ พล.ต.ต. เป็นเลขาธิการ ปปง. หลังเกษียณได้ขึ้นเป็นประธาน ปปง. หรือประธานบอร์ดบริหาร ซึ่งอิทธิพลของ นายปิง ยังมีอยู่เพราะแม้จะเกษียณไปแล้วแต่ห้องทํางานชั้น 3 ที่เคยเป็นสํานักงานเลขาฯ ถูกนายปิง ยึดไว้

 

 

ซึ่งห้องดังกล่าวได้ถูกใช้เป็นสถานที่นัดพบกันระหว่าง นายปิง กับนายทตู้ห่าว โดยมีเจ้าหน้าที่นํ้าดีที่ทนเห็นนายตู้ห่าว เดินขึ้นลงเป็นว่าเล่นไม่ไหว จึงได้นําคลิปวงจรปิดจากกล้อง ซีซีทีวี มามอบให้ตน จนได้เห็นความจริงว่านายตู้ห่าว มีการเดินทางมายังห้องทํางานดังกล่าวจริงพร้อมหิ้วขวดไวน์ขึ้นไปกินเป็นประจํา นี้จึงแสดงให้เห็นแล้วว่านายตู้ห่าวกับนายปิง ประธานบอร์ดบริหาร ปปง. มีความสนิทสนมกันขนาดไหน ตนเองจึงขอเรียกหน่วยงานนี้ว่า ปิด-ปิง-เงิน

 

 

นอกจากนนี้ยังเปิดเผยหลักฐานสำคัญ คือพบสติ๊กเกอร์ตราโล่ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติขโดยมีชื่อนายปิง ติดบนรถตู้ของนายหลิงหลง เครือข่ายกลุ่มธุรกิจทุนจีนสีเทา ซึ่งมองว่าเป็นการกระทําที่ไม่เหมาะสม จึงเสนอให้ ปปง. ลาออกยกคณะ หากไม่ออกตนเองจะนําข้อมูลที่มีอยู่มาแฉให้หมดจนไม่มีที่ยืนบนประเทศไทย

 

 

ทั้งนี้นายชูวิทย์ ยืนยันว่าจะเสนอตัวเองต่ออัยการสูงสุดเพื่อสอบปากคําในฐานะพยานผู้ชี้เบาะแสทั้งหมดของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews