นายอัจฉริยะ กล่าวว่าคดีการจับกุมยาเสพติดดังกล่าวยังมีหลักฐานว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐทั้งทหารตำรวจมีส่วนเชื่อมโยงกันทั้งหมด และมีนายตำรวจระดับผู้การจังหวัดและผกก.คอยช่วยเหลือผู้ต้องหาคดียาเสพติดเพราะเป็นขบวนการใหญ่การจับยาเสพติดของทหารเกี่ยวพันกับงบประมาณของ ปปส.ด้วย
โดยตั้งข้อสังเกตว่าการจับยาเสพติดหลายพื้นที่ทางภาคอีสานไม่ได้ตัวผู้ต้องหาอาจเป็นยาเสพติดของพรรคพวกตัวเอง และเป็นการเอายาเสพติดมาแถลงเพื่อเอาผลงานและของบประมาณจาก ปปส. ยกเว้นได้ตัวผู้ต้องหาถึงเป็นการจับกุมขบวนการจริง
อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้เวลา 10.00 น.ตนเองจะไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ปลดเลขาธิการ ป.ป.ส.เนื่องจากมองว่ามีความล้มเหลวทุกด้านเรื่องการปราบปรามยาเสพติด และแก้ไขกฎหมายทำให้พ่อค้ารายย่อยมาบำบัดรวมกันกลายเป็นขบวนการใหญ่ทั้งประเทศ
มีคนติดยาเสพติดจำนวนมาก หากไม่ปลดเลขาธิการ ป.ป.ส. ก็แก้ปัญหาไม่ได้ จากนั้นในช่วงบ่ายจะไป ปปป. เพื่อทวงถามความคืบหน้าคดี นรข.หนองคายช่วยเพิ่มเติมเพราะปปป.รับผิดชอบมานานเป็นปีแล้ว แต่ไม่คืบหน้าเป็นเพราะมีผู้ใหญ่สั่งการมาหรือไม่เพราะมูลค่ายาเสพติดเป็นพันล้านบาท
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติวันนี้ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำเอกสารหลักฐานเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ให้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย และอดีตผู้กำกับการ สภ.ท่าบ่อ ร่วมกันบังคับสั่งการให้พนักงานสอบสวน สภ.ท่าบ่อ แก้ไขบันทึกจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด นรข.หนองคายอันเป็นเท็จ และตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 3 นายตำรวจ ที่ลงมือลายมือชื่อร่วมจับกุมอันเป็นเท็จในคดียาเสพติด
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นรข.หนองคายมีการจับกุมยาเสพติด2ล้านเม็ดพร้อมนายจีระศักดิ์ ผู้ต้องหา และลงบันทึกการจับกุมว่ามี เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวม3นาย เข้าร่วมการจับกุม ต่อมาตนเองไปแจ้งความ ปปป.ให้ดำเนินคดีกับตำรวจที่ร่วมจับกุมข้อหาร่วมกันปล้นตามบันทึกการจับกุมในการปล้นยาเสพติดจากฝ่ายปกครอง
แต่อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคายและผกก.สภ.ท่าบ่อขณะนั้น กลับมีการแก้ไขบันทึกการจับกุม เพื่อไม่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของตัวเอง3คนกับทหาร3คน ถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันปล้นยาเสพติดโดยเอกสารมีการแก้ไขย้อนหลัง1สัปดาห์
ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ไปให้ปากคำกับ ปปป.ไว้แล้ว ถือว่ามีความผิดชัดเจน จึงขอให้ ผบ.ตร.ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับอดีตผู้การหนองคายและอดีตผกก.สภ.ท่าบ่อ
“ไปฝากขังแล้วนะครับ เอาผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลแล้วคือ นายจีระศักดิ์ (สงวนนามสกุล) หลังจากที่เรามาแจ้งความที่ ปปป.เป็นข่าว /เป็นข่าวเสร็จปั๊บเนี่ยก็มีการแก้บันทึกการจับกุม โดยการขีดทิ้งหมดเลยเพื่อไม่ให้ลูกน้องตัวเอง 3 คนกับทนาย3คนโดยดำเนินคดีด้วยในข้อหาร่วมกันปล้น เนี่ยเป็นหลักฐาน/ซึ่งตามกฎหมายแล้วเนี่ยการจะขีดพวกนี้ต้องให้ผู้ต้องหาคือ นายจีระศักดิ์ (สงวนนามสกุล) เซ็นชื่อกำกับทุกคน”
นอกจากนี้ ยังได้ ร้องไห้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร.เข้าไปสืบสวนสอบสวน นรข. หนองคาย และกองกำลังสุรศักดิ์ และตำรวจภาค4 ว่ามีส่วนรู้เห็นและเจตนาช่วยเหลือไม่จับกุม จ.อ.อนุชิต หรือ จ่ากุ้ง ผู้ต้องหาสำคัญคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการขนยาเสพติดเข้ามาในไทยมากไปกว่านี้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews