กราดยิงการเมืองฟันธงต้องแก้ “ปืน-ยาเสพติด”

Video คลิปข่าวทั่วไป ข่าว
นับแต่เหตุสลด กราดยิงห้างดังเมืองโคราช เมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งครั้งนั้นผู้ก่อเหตุเป็นทหาร ถือว่าเป็นเหตุการร์ที่สร้างความตื่นตัว เกี่ยวกับเรื่องอาวุธปืนมากสุดครั้งหนึ่งมีการเรียกร้องจัดระเบียบใหม่ ลามไปถึงเรียกร้องให้ปฏิรูปกองทัพ แต่เมื่อ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา

 

 

กลับเกิดเหตุที่น่าเศร้าสลด สะเทือนใจคนทั่วโลกยิ่งกว่า เมื่ออดีตตำรวจ ที่ถูกไล่ออกจากราชการเพราะพัวพันเรื่องยาเสพติด ใช้อาวุธมีด และปืนสังหารเด็ก และประชาชนอย่างบ้าคลั่ง ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก องค์การบริหารส่วนตำบลอุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู

 

ก่อนปลิดชีพตัวเองและครอบครัว รวม 37 ศพ และนำมาซึ่งการตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ ถึงต้นเหตุของการกราดยิงครั้งนี้ และชัดเจนที่สุด ฝ่ายการเมือง มีการพูดถึงกฏหมายควบคุมอาวุธปืน
ว่าถึงเวลาต้องยกเครื่องใหม่ ทั้งระบบหรือไม่

 

หากไม่ต้องการให้เกิดเหตุเช่นนี้ซ้ำรอยอีก รวมถึงเรื่องการปราบปรามยาเสพติด และรัฐบาลก็ตกเป็นจำเลยทันที และยิ่งไปกว่านั้น “รังสิมันต์ โรม”ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล กลับให้ความเห็นถึงสเหตุของการกราดยิงโดยมองว่า “การกราดยิง การสลายการชุมนุม สังหารหมู่คนเสื้อแดง คือวัฒนธรรมการใช้ความรุนแรงที่ฝังรากลึกของเจ้าหน้าที่ เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขที่ระบบและมุ่งไปที่ ทหารและตำรวจนั้นเอง

 

ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตั้งโต๊ะแถลงทันทีว่า ขอให้ทบทวนการควบคุมอาวุธปืน ที่ต้องกำหนดให้ชัดว่าใครสามารถกครอบครองปืนได้บ้างและมีมาตรการรองรับอย่างเข้มข้น รวมถึง ต้องประกาศสงครามกับยาเสพติดอย่างจริงจัง ด้าน “อุตตม สาวนายน” หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย เสนอให้พรรคการเมืองเห็นพ้องร่วมกัน ผลักดันนโยบายขจัดยาเสพติดในแนวทางเดียวกัน และมีการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างจริงจัง

 

ขณะที่ “พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์”รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ต้องทบทวนกฏหมายอาวุธปืน เพราะทุกวันนี้ก็มีการอนุญาตให้ประชาชนสามารถซื้อปืนมาครอบครองได้อย่างง่ายดาย และรัฐโดยเฉพาะหน่วยงานความมั่นคงต้องทบทวน ปรับปรุง การควบคุมยาเสพติด และดูแลสวัสดิการกำลังพลให้ดีกว่านี้ เพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้อีก

 

ส่วน “องอาจ คล้ามไพบูลย์” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องทุกฝ่ายควรช่วยกันแสวงหาหนทางที่จะทำให้เหตุการณ์ทำนองนี้ไม่เกิดขึ้นอีกในสังคมไทย โดยเฉพาะ ปัญหาการครอบครองอาวุธปืน ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหานี้ ให้เป็นรูปธรรม นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บริหารสูงสุดของประเทศ ต้องลงมากำกับดูแลอย่างจริงจัง ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยตามที่พรรคฝ่ายค้านกล่าวหา

 

ดังนั้นจากโศกนาฏกรรมกราดยิง ที่เป็นความสูญเสียของคนทั้งประเทศ ฝ่ายการเมืองทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาล ต่างเห็นพ้องต้องกัน ต้องร่วมกันแก้ปัญหาอย่างน้อยที่สุดก็ 2 เรื่องสำคัญ คือการครอบครองอาวุธปืน และปัญหายาเสพติด ซึ่งในระยะเวลาที่เหลือของรัฐบาลนี้ อีกอย่างน้อย 6 เดือนก็ควรจะทำผลงาน ใน 2 ประเด็นนี้ให้เป็นชิ้นเป็นอัน ฝากไว้ให้ลูกหลานได้ชื่นชมสักหน่อยก็ยังดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews