ภายหลังจากเกิดเหตุสุดสลดเพื่อนนักเรียนชายม.3ทำปืนลั่นใส่เพื่อนร่วมห้องจนเสียชีวิตในห้องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 15 ก.ย.65 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดกระแสวิพากย์วิจารณ์อย่างหนักจากโลกออนไลน์เพราะคดีพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ที่ก่อนหน้านี้ทางโรงเรียนได้บอกว่าคีย์บอร์ดระเบิด จึงสะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบันโรงเรียนบกพร่องในเรื่องความปลอดภัยของเด็กที่ไม่มีการตรวจค้นอาวุธอันตรายจนนำมาสู่ความสูญเสียดังกล่าว
ต่อมาจังหวัดภาคภูธรได้มีมาตรการเข้มงวดมากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยแบบนี้เพราะสังเกตเห็นได้ว่าปัจจุบันเด็กมักจะมีพฤติกรรมที่ชอบเลียนแบบทำตามสิ่งที่ตนเองเห็น ไม่ว่าจะเป็นจากสื่อโซลเชียล ข่าวสารรวมถึงตัวละครในเกมต่างๆประกอบกับสมัยนี้อาวุธนั้นหาได้ง่ายจึงเกิดความรุนแรงในเด็กเพิ่มขึ้น
สำนักข่าวไอเอ็นเอ็นได้สัมภาษณ์พิเศษกับนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ระบุว่าในพื้นที่มีโรงเรียนหลายแห่ง ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดได้สั่งให้เฝ้าระมัดระวังมากยิ่งขึ้น พร้อมกำชับให้อาจารย์แก้ปัญหา โดยการพูดคุยกันโดยเฉพาะกรณีที่เด็กนักเรียนทะเลาะกันแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม โดยจะมีการส่งเจ้าหน้าที่และประสานไปยังตำรวจให้สุ่มตรวจโรงเรียนที่ค่อนข้างเสี่ยง เช่น รร.ที่มีจำนวนเด็กผู้ชายเยอะ รร.มัธยม รร.สายอาชีพและอาชีวศึกษาต่างๆเนื่องจากกลุ่มเด็กเหล่านี้มักจะชอบก่อเหตุทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธบ่อยครั้ง
โดยอยากให้สื่อช่วยนำเสนอข่าวสะท้อนให้เด็กเห็นว่าสิ่งใดควรทำ สื่งใดไม่ควรทำ และถ้าทำไปแล้วจะเกิดผลตามมาอย่างไร จะทำให้เกิดผลเสียหรือเสียอนาคตหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะทำให้เด็กเกิดความตระหนักและเข้าใจถึงผลที่ตามมาและเกรงกลัวในการทำความผิดรู้เท่าไม่ถึงการณ์มากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ความรุนแรงในเด็กนั้นซึ่งแบ่งได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่ ความรุนแรงทางเพศ ความรุนแรงทางร่างกาย ความรุนแรงทางด้านจิตใจ การละเลยทอดทิ้ง อีกทั้งพฤติกรรมที่ผู้ใหญ่ควรระวังด้วยคือทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองไม่มีใครรัก ดูถูกเหยียดหยาม ทำให้เด็กอับอาย หรือโยนความผิดให้เด็ก เลือกปฏิบัติ รวมถึงตั้งความหวังกับเด็กมากเกินไป ทำให้เด็กรู้สึกกดดัน ข่มขู่จนทำให้เด็กหวาดกลัว
ดังนั้นมาตรการป้องกันความรุนแรงในเด็ก คือ1.พ่อ แม่ หรือผู้ดูแล ควรได้รับการอบรมความรู้ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการและการเลี้ยงดูเด็ก 2.มีการติดตามเยี่ยมบ้าน ครอบครัวที่มีเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี 3.ส่งเสริมเยาวชน กลุ่มเสี่ยงสูงเข้าร่วมฝึกทักษะในการให้คำแนะนำหรือคำปรึกษา การแก้ปัญหาที่ไม่ได้เกิดจากความรุนแรง 4. สร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคคลในครอบครัวมีค่านิยมและทัศนคติในการรักเดียวใจเดียว 5. ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และใช้สารเสพติดในครอบครัว
อย่างไรก็ตามความรุนแรงในเด็กยังคงมีให้เห็นกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทั้งครูและผู้ปกครองต้องระมัดระวัง คอยเฝ้าดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด และโรงเรียนต้องเข้มงวดมาตรการเพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews