“บิ๊กโจ๊ก” จับ 2 สามีภรรยา ตัวการสำคัญค้ามนุษย์โรฮีนจาโยง “พล.ท.มนัส”

Video คลิปข่าวทั่วไป ข่าว
จากกรณีเดือนพฤษภาคมปี 2558 เจ้าหน้าที่ตรวจพบศพผู้เสียชีวิตถูกฝังไว้รวมกันกว่า 30 ศพ บริเวณแคมป์คนงานกลางป่าบนเขาแก้ว ในพื้นที่หมู่ 8 บ้านตะโล๊ะ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา

 

จากการสืบสวนทราบว่า ทั้งหมดเป็นศพของชาวโรฮีนจา ที่ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรและหลบซ่อนบริเวณค่ายกักกันดังกล่าว เพื่อรอส่งต่อไปยังประเทศที่สาม ต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งพนักงานสืบสวนสอบสวน

 

เพื่อติดตามและจับกุมผู้ต้องหาซึ่งมีผู้ร่วมขบวนการทั้งทหาร ตำรวจ และนักการเมืองท้องถิ่นจำนวนมากนั้น โดยตัวการใหญ่ในคดีนี้คือ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

ล่าสุด พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้แถลงจับกุมตัวการสำคัญเพิ่มอีก2 ราย นายหม่อง ถ่าน ทุน และนางราฮานา เจ๊ะสะมะแอ สองสามีภรรยาคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮีนจาปี 2558 เครือข่าย พล.ท.มนัส

 

หลังเปลี่ยนสัญชาติหลบหนีไปกบดานประเทศเพื่อนบ้าน โดยจับกุมทั้งคู่ได้ที่บริเวณร้านอาหารแห่งหนึ่ง ริมถนนพระรามเก้า แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา

จากการสืบสวนพบว่า สามีภรรยาทั้งสองรายนี้ ได้มีการเปลี่ยนชื่อ นามสกุล และใช้สัญชาติมาเลเซีย พักอาศัยอยู่ที่บ้านพักภายในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ร่วมกับบุตรชายและบุตรสาว

 

โดยประกอบอาชีพค้าขาย ทำธุรกิจออนไลน์ และทำธุรกิจทัวร์นำเที่ยวอยู่ในประเทศมาเลเซีย โดยถือว่าผู้ต้องหาทั้งสองเป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องการตัวเป็นอย่างมาก

 

เนื่องจากเป็นผู้กระทำผิดระดับหัวหน้าขบวนการในการควบคุมสั่งการ ในการนำชาวโรฮินจา จากรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา ผ่านมายังประเทศไทย และส่งต่อไปยังประเทศมาเลเซีย

 

โดยเปิดบริษัทรถทัวร์โดยสารบังหน้า แล้วแอบขนชาวโรฮินจาจำนวนมากมาอย่างต่อเนื่องจนมีฐานะร่ำรวย ซึ่งภายหลังเมื่อทราบว่าตนเองถูกออกหมายจับ จึงเดินทางหลบหนีไปยังประเทศมาเลเซีย

 

จนมาถูกจับกุมหลังเดินทางเข้ามาในประเทศไทยอีกครั้ง จากการสอบสวนพบว่าทั้งคู่เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม โดยมาพักที่โรงแรมย่านสุรวงศ์ จากนั้นได้ย้ายไปพักโรงแรมย่านรามคำแหง ก่อนถูกจับกุมตัวได้

 

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า คดีนี้มั่นใจว่าจะเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้เนื่องจากมีพยานบุคคล การใช้โทรศัพท์ และเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับ พล.ท.มนัส คงแป้น จึงมั่นใจในพยานหลักฐาน ถึงแม้ว่าผู้ต้องหาจะให้การภาคเสธ คือรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง

 

แต่ปฏิบัติไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนชาวโรฮีนจาแต่อย่างใด พร้อมระบุว่า ตั้งแต่เดือน ต.ค.นี้เป็นต้นไปตำรวจจะเน้นการป้องกันนำการปราบปราม โดยมอบหมายให้ผู้กำกับการแนวชายแดน

 

โดยเฉพาะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, อ.แม่สอด จังหวัดตาก,จังหวัดกาญจนบุรีและจังระนอง บูรณาการร่วมกับผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในการป้องกันการขนย้ายหรือลักลอบขนคน

 

เนื่องจากการปราบปรามต้องใช้สรรพกำลังและงบประมาณมหาศาลในการปราบปราม จากนี้จะดำเนินอย่างจริงจังทุกมิติต้องอุดช่องโหว่วให้หมด เพื่อเลื่อนจากเทียร์2เป็นเทียร์1

 

สรุปภาพรวมคดีนี้ ดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 153 ราย จับกุมแล้ว 124 ราย เสียชีวิต 3 ราย หลบหนี 26 ราย แบ่งเป็นหมายจับมีคุณภาพ 17 ราย และไม่มีคุณภาพ 9 ราย ผู้ต้องหาที่เหลืออยู่เป็นระดับลูกน้องจำนวน 15 หมายจับอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวซึ่งหลบหนีไปมาระหว่างไทยและตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews