“ไพบูลย์”มั่นใจพรบ.งบไม่ถูกตีตก-“โภคิน”มองไม่ชอบด้วยรธน.

"ไพบูลย์" มั่นใจ ศาล รธน. ไม่ตีตกร่าง พรบ. งบฯ 63 ชี้ไม่มีข้อความขัดรัฐธรรมนูญ เชื่อเสียบบัตรแทนกันไม่มีผล ด้าน "โภคิน"ชี้กระบวนการงบฯ63ไม่ชอบด้วย รธน.

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ในเรื่องของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ในกรอบระยะเวลา 105 วัน ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ประเด็นเรื่องของยื่นคำร้องทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีที่มีการเสียบบัตรแทนกัน อาจจะทำให้มีปัญหากับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 และจะทำให้ต้องตกไปนั้น

ซึ่งสาระสำคัญของคำร้องทั้ง 2 ฉบับ เกี่ยวกับเรื่องของการออกเสียงที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และทั้ง 2 คำร้อง ไม่ได้มีข้อความใดในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ มาตรา 148 โดยศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาตามคำร้องที่ยื่นไป ดังนั้น จึงเห็นว่า ไม่น่าที่จะทำให้ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ต้องตกไปอย่างแน่นอน โดยเชื่อว่า จะไม่มีผลกระทบอะไรกับประเทศ เพราะที่ผ่านมา เมื่อปี 2557 ตนเคยยื่นให้มีการตรวจสอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ สมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาแล้ว ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้งบประมาณต้องตกไป และในครั้งนั้น ศาลใช้ระยะเวลาในการพิจารณาเพียง 10 วัน ซึ่งตามกรอบสามารถพิจารณาได้ไม่น้อยกว่า 15 วัน จึงเชื่อว่า การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาพิจารณาไม่น่าจะเกิน 15 วัน ซึ่งก็จะไม่มีผลอะไร ตนจึงมั่นใจมากว่าจะไม่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า กรณีการเสียบบัตรแทนกัน เป็นเพียงคนส่วนน้อย และต้องให้ความเป็นธรรมกับเสียงส่วนใหญ่ ที่มุ่งมั่นทำหน้าที่ด้วยและการกดบัตรแทนกันนั้นแม้จะไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่ได้มีเสียงเพียงพอ ที่จะเปลี่ยนแปลงมติได้ แต่ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 คนส่วนใหญ่ได้พิจารณาร่วมกัน หากจะวินิจฉัยให้ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ต้องตกไป ก็ถือว่าไม่เป็นธรรม กับ ส.ส.ส่วนใหญ่ ที่ร่วมพิจารณา

 

 

“โภคิน”ชี้กระบวนการงบฯ63ไม่ชอบด้วยรธน.

นายโภคิน พลกุล ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมี ส. ส.เสียบบัตรแทนกันในการพิจารณาร่าง พ. ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 เขียนชัดเจนเรื่องกระบวนการตรากฎหมาย ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือการเสียบบัตรแทนกัน เท่ากับว่ามีความชัดเจนว่ากระบวนการตรานั้น ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่จะทำให้กฎหมายนั้นตกไป โดยจะอ้างว่าช่องเสียบบัตรน้อย หรือเสียบบัตรแทนตามเจตนารมณ์ของเจ้าของบัตรไม่ได้

ทั้งนี้ นายโภคิน ยังกล่าวถึงรัฐธรรมนูญมาตรา 143 ที่หากสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณไม่แล้วเสร็จภายใน105 วัน นับแต่วันที่รับร่างจากคณะรัฐมนตรี ให้ถือว่าสภาฯเห็นชอบตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอมาว่า กรณีดังกล่าวไม่สามารถทำได้ เนื่องจากการพิจารณากฎหมายเสร็จสิ้นแล้วตามกรอบเวลา 105 วัน จะนำมาอ้างเหตุให้มีผลบังคับใช้ตามวาระแรกที่รัฐบาลส่งมาไม่ได้ รัฐบาลต้องไปหาทางว่าจะทำอย่างไรให้ร่างพ.ร.บ. นั้น บังคับใช้ให้เร็วที่สุด ฃและไม่สามารถออกเป็น พระราชกำหนดได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญระบุว่าต้องทำเป็นร่างพระราชบัญญัติเท่านั้น ถ้ารัฐบาลออก พ.ร.ก.จะเท่ากับขัดรัฐธรรมนูญจะฟ้องได้หรือไม่ต้องดูอีกที ส่วนประเด็น ส.ส.ที่เสียบบัตรแทนกัน จะเป็นเหตุถูกฟ้องอาญาได้หรือไม่นั้น นายโภคิน กล่าวว่า มีการเสียบบัตรแทนกันจริง

Tags

ข่าวน่าสนใจ

Close