“สว.อังคณา” เหน็บ”ทักษิณ” อย่าคิดไปเองชาวสามจังหวัดแฮปปี้ ชี้ ไม่มีใครลืมคดีตากใบจบแบบคาราคาซัง แนะรัฐบาลยกปัญหาสันติภาพมาคุยบนโต๊ะ เปิดโอกาสทุกฝ่ายร่วมวงเจรจา
นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความรุนแรงในชายแดนใต้ หลังจากมีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะเป็นกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ว่าหากเปรียบเทียบในทุกปีของช่วงเดือนรอมฎอน มีการพูดคุยว่า จะไม่ใช้ความรุนแรงจากทั้งสองฝ่าย แต่ 2-3 ปีที่ผ่านมาในช่วงเดือนนี้จะไม่มีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้น แต่ปีนี้เข้าเดือนรอมฎอนได้สัปดาห์เดียวมีการใช้ความรุนแรง อย่างกรณีที่ไปโจมตี อส.ซึ่งเป็นการกระทำต่อพลเรือน เท่าที่ทราบมาใครก็ตามที่อยู่กับรัฐก็คือ ศัตรูของเขา แม้จะไม่ใช่มุสลิม
นายทักษิณ ลงพื้นที่ไปแล้ว คิดเองเออเองว่า ประชาชนค่อนข้างต้อนรับ เปรียบเทียบว่า เมื่อก่อนมองตาเขียวแต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว นายทักษิณต้องอย่าลืมว่า เรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น “ไม่มีใครลืม” แม้นายทักษิณจะขออภัยแต่ในคดีตากใบ สส.พรรคเพื่อไทยที่เป็นจำเลยในคดีไม่ยอมไปปรากฏตัวที่ศาล ทำให้คดีไปต่อไม่ได้เลย
หากคดีตากใบดำเนินไปได้ อย่างน้อยที่สุดมีการเปิดเผยความจริงในศาล ให้รู้ว่ามีใครที่เกี่ยวข้อง ศาลจะพิพากษาอย่างไรก็ถือว่า “ยุติ” และเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย หากมันคาราคาซังแบบนี้ ก็ยังมีอะไรค้างคาใจกันอยู่ ทั้งนี้ การที่นายทักษิณ เป็นที่ปรึกษาของนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียนั้น มาเลเซียอยู่ในฐานะผู้อำนวยการสะดวกการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ฝ่ายไทยได้เจรจา โดยมารยาทเขาจะไม่แทรกแซง แต่ปัญหาคือ วิธีการพูดคุยต้องคุยทั้งบนโต๊ะและในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พอจะมองออกว่า ใครเป็นใคร เจ้าหน้าที่ก็รู้ คนที่ทำงานภาคใต้ก็รู้ว่า ควรคุยกับใคร แต่ปัญหาคือ รัฐบาลไม่ได้ส่งสัญญาณในการที่จะคุยกับคนเห็นต่าง แต่กลับไปคุยส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาคนที่เห็นด้วยกับรัฐบาลมากกว่า จึงทำให้ปัญหายืดเยื้อ หลายคนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องงานการข่าวไม่น่าเชื่อถือ แต่เหตุใดถึงไม่รู้มาก่อนว่าจะมีการก่อเหตุในลักษณะนี้ เหตุการณ์สำคัญ คือ ผู้ก่อเหตุหรือผู้ติดตามบีอาร์เอ็น ก็คือคนในพื้นที่ ทำอย่างไรจะคุยกันให้เข้าใจเป็นเรื่องสำคัญ
นางอังคณา มองว่า ในคดีตากใบแทนที่นายทักษิณจะขอโทษ นายทักษิณควรพูดว่าเพราะอะไรถึงเกิดขึ้น ถึงไม่ให้ สส.พรรคตนเองมาขึ้นศาล ควรจะเปิดเผยความจริงด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นเนื่องจากมีคนหาย และถูกฆ่านอกกระบวนการยุติธรรม
โดยคณะเจรจาสันติภาพชุดที่แล้ว มีเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงเข้าไปอยู่ด้วย ซึ่งถือเป็นคู่ขัดแย้ง เรานำข้อขัดแย้งหรือคนที่ชาวบ้านเชื่อว่าละเมิดเขาไปนั่งอยู่บนโต๊ะ มันจะเป็นไปได้อย่างไรสำคัญในการพูดคุยคือทั้งสองฝ่ายต้องเท่ากัน ต้องคุยและสร้างความไว้วางใจกัน เหมือนที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่าเรายังคุยไม่ถูกคน ซึ่งตนเองก็เห็นด้วย
หากจะนำฝ่ายทหารเข้าไปในคณะเจรจา อาจจะต้องมีกองกำลังติดอาวุธเป็นตัวแทนเข้ามาพูดคุยด้วย แต่เวลาที่คุยก็ต้องมีหลักประกันว่า เขาจะปลอดภัยหากปรากฏตัว ส่วนตัว มองว่าที่ผ่านมาน่าจะไม่ได้ประโยชน์ สภาผู้แทนราษฎรก็มีคณะกรรมาธิการสันติภาพ แต่ไม่เห็นไปไหน คุยกับคนไปทั่ว ดังนั้นความจริงใจจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
สิ่งที่น่าติดตาม คือ รัฐสภาได้มีมติยกเลิกคำสั่ง คสช. เรื่องข้อจำกัดสภาที่ปรึกษา จึงอยากให้มีการตั้งสภาที่ปรึกษา ใช้การเมืองนำการทหารให้เต็มที่ เพราะที่ผ่านมาเป็นการทหารนำการเมืองมาโดยตลอด อะไรที่ไม่ถูกใจก็ใช้ IO คุกคามผู้เห็นต่างทั้งนี้ ถ้าไว้ใจอยากให้ช่วยก็ยินดี แต่อยากจะให้คุยกันอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เอาอกเข้าใจกัน อย่างคุณทักษิณไปก็อาจจะคิดไปเองว่ามีคนต้อนรับ แต่จริง ๆ ไม่ใช่แบบนั้นเพราะที่คุยกับชาวบ้านหลายคนก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้น
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews