พรรคประชาชนผิดหวัง สภาล่ม 2 วัน หมดหวังเห็นรธน.ใหม่

การเมือง ข่าว
พรรคประชาชนผิดหวัง สภาล่ม 2 วัน หมดหวังเห็นรัฐธรรมนูญใหม่ ก่อนเลือกตั้งปี 70 ซัดเพื่อไทย เดินอ้อม แค่ข้ออ้าง

 

 

 

พรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน แถลงภายหลังการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาวาระร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวดมาตรา 15/1 ภายหลังองค์ประชุมไม่ครบ จนทำให้ต้องปิดประชุม ต่อเนื่องเป็นวันสอง

 

 

โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากวาระการประชุมในวันนี้ แทบจะเป็นโอกาสสุดท้าย ที่พวกเราคิดว่า ถ้าสามารถเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ก็ยังพอมีโอกาสที่จะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทันต่อการเลือกตั้งปี 2570 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ พวกเราเห็นแล้วว่า ช่วงระหว่างพักการประชุม มีคณะกรรมการประสานงาน (วิป)

 

 

ของทั้ง 2 ฝ่าย เข้าไปหารือร่วมกัน แต่ผลปรากฏว่า ภายหลังจากการประชุมวิปร่วมกัน ในช่วงระหว่างพักการประชุมที่ออกมา เมื่อดำเนินการประชุมต่อนั้น พบว่า ฝั่งรัฐบาลเอง ก็ยังเดินหน้าที่จะให้มีการนับองค์ประชุมต่อ จนนำมาสู่การที่สภาล่ม นี่แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าเราจะพยายามเดินอ้อมอย่างไร ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้

 

 

ดังนั้น สิ่งที่พวกเราเชื่อว่าเป็นทางออกในการเดินหน้าทางตรงเพื่อแก้ไขปัญหา ที่ประเทศไทยในปัจจุบันยังขาดอยู่ 3 เรื่องหลักๆ ด้วยกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการเดินหน้าอย่างจริงจังตรงไปตรงมาต่อประชาชน คือ 1.เรื่องของการขาดเจตจำนงทางการเมือง ซึ่งพวกเรายืนยันว่า ถ้าก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยได้มีการพูดคุยหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่างจริงจังเดินหน้าอย่างเต็มที่ ร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกเสนอเข้ามา ก็ควรจะต้องถูกเสนอเข้ามาเป็นร่างของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่นี่กลับเป็นร่างของพรรคเพื่อไทยเพียงร่างเดียว จนทำให้การประชุมทั้ง 2 วันที่ผ่านมานี้ พบกับเหตุการณ์แบบที่เป็นอยู่ คือไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง

 

 

 

ตลอดจนเมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่าน ก็มีการให้สัมภาษณ์นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุ ที่ผ่านมา นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แทบไม่เคยที่จะเข้าไปหารือเรื่องนี้กับพรรคภูมิใจไทย ในการจะพยายามผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้เป็นร่างของพรรคร่วมรัฐบาลเลย ซึ่งก็แสดงให้เห็นถึงการขาดเจตจำนงทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ที่เป็นพรรคแกนนำรัฐบาลในปัจจุบัน ว่าไม่ได้มีความจริงใจ ในการที่จะผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่

 

 

ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย ระบุ ต้องเดินอ้อม เพื่อที่จะไม่ทำให้สภาล่มนั้น ก็เป็นข้ออ้าง เพื่ออธิบายสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น คนในพรรคเพื่อไทยเอง ก็มีการให้สัมภาษณ์ว่า เป็นเหตุการณ์ไม่คาดคิด ที่มีเสียงโหวตจากฝั่งของสมาชิกวุฒิสภาบางส่วน ทำให้ต้องมีการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อ และพอตั้งรับไม่ทัน ก็เลยหาเหตุผลอธิบายเฉพาะหน้า

 

 

2.การขาดความเป็นนิติรัฐ ซึ่งจะเห็นจากบรรยากาศในที่ประชุม ที่มีสมาชิกรัฐสภาในหลายส่วนออกมาให้ความเห็นถึงข้อกังวลว่า จะมีการไปยื่นร้อง หรือมีผลพัวพันทางกฎหมายทีหลัง ในวันนี้เอง แม้แต่การที่เราจะขอให้มีการหารือ โดยยังไม่มีการเข้าญัตติการพิจารณา ก็ยังไม่เปิดโอกาสให้พวกเราหารือ ทั้งๆ ที่เวทีในการประชุมรัฐสภาควรจะเป็นเวทีที่ปลอดภัยที่สุด

 

 

3.การไม่เคารพเสียงของประชาชน ซึ่งนโยบายในการหาเสียงของทุกพรรคในช่วงเลือกตั้ง ก็มี ข้อเสนอแบบเดียวกัน ว่าจะเร่งเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตลอดจนการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ยังเป็นนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาเช่นเดียวกัน

 

 

เพราะฉะนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 2 วันที่ผ่านมา ตนอยากยืนยันว่า นี่เป็นเหตุผลที่ทำไมเราต้องเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญด้านนายพริษฐ์ กล่าวเสริมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา ประชาชนน่าจะตัดสินใจได้ พรรคไหนจริงจังจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคประชาชนเรายืนยันว่า เราต้องการผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ด้วยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน 100% เพื่อให้เรามีระบบการเมืองที่ดีขึ้น และทำให้ผู้แทนราษฏนั้น สามารถแก้ไขปัญหาประชาชนได้อย่างตรงจุดได้อย่างรวดเร็วขึ้น

 

 

สำหรับกรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุ ควรชะลอ เนื่องจากหากปล่อยให้โหวตจะตกเหว นายพริษฐ์ ระบุว่า หากจุดหมายปลายทางการอภิปรายยังไม่สามารถโน้มน้าวสมาชิกรัฐสภาได้ มองซ้ายมองขวาไปแล้วเห็นว่า จำนวน สว.ที่เข้าห้องประชุมมีไม่ถึง 67 คน หรือ 1 ใน 3 ที่เพียงพอต่อการจะทำให้สามารถผ่านวาระ 1 ได้นั้น ก็สามารถหารือกันได้ว่า จะเลือกการลงมติต่อหรือไม่ ถ้ากังวลใจเรื่องการลงมติ ตามการใช้คำพูดของพรรคเพื่อไทย คือลงเหว ก็ยังไม่ต้องลงมติก็ได้ แต่ควรให้มีการอภิปรายต่อไปก่อน
“คำถามที่ต้องถามกลับไป ถ้าเราเห็นว่า การเดินตรง มีเหว มีอุปสรรคอยู่ข้างหน้า แล้วที่ผ่านมา ท่านนายกฯ เห็นไหม ได้พยายามเต็มที่แล้วหรือยัง ในการพยายามคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อเคลียร์อุปสรรคนี้”
เมื่อถามว่าหากมีการส่งคำร้องอื่นที่ไม่ซ้ำกับ สว. พรรคประชาชนมีจุดยืนอย่างไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า เราศึกษาข้อมูลกฎหมายมาแล้ว พรรคประชาชน ยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 สามารถเดินหน้าได้เลย ไม่มีเหตุผลความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องชะลอ เรื่องนี้ไว้ โดยการส่งไปศาลก่อน
ส่วนมั่นใจหรือไม่ว่าจะผ่าน นายณัฐพงษ์ มองว่า คำว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ถ้าให้ตนตอบตามข้อเท็จจริงตามระบบของการเมืองปัจจุบัน แน่นอนปัจจัยที่สำคัญที่สุด ก็คือฝั่งของพรรคภูมิใจไทย และต้องตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า อาจจะไม่ผ่าน มีแนวโน้มสูง
ส่วนความกังวลเรื่องเสียง สว.นั้น นายณัฐพงษ์ มองว่า สุดท้ายก็กลับมาที่เรื่องของการควบคุมเสียงทั้งฝั่งรัฐบาล ถ้าพรรคเพื่อไทยยืนยันจริงๆ ว่า สิ่งที่พรรคต้องการในการสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือความชัดเจนของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไปเชิญชวนพรรคภูมิใจไทย ให้มาลงมติสนับสนุน การส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญ

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews