สรท. จี้ รัฐเร่งเจรจาสหรัฐ รับมือความเสี่ยงทางการค้า
สรท. จี้ รัฐเร่งเจรจาสหรัฐ รับมือความเสี่ยงทางการค้า หารือเวที กรอ.พาณิชย์ ถี่ขึ้น
นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า การส่งออกของไทย ในปี 2567 มีมูลค่า 300,529.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 5.4 และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 10,548,759 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 7.3 โดยการส่งออกที่เติบโตร้อยละ 5.4 ถือเป็นการเติบโตในระดับที่เกินเป้าหมาย ทำให้ฐานปี 2567 ค่อนข้างสูง สรท. จึงคาดการณ์ส่งออกปี 2568 เติบโตที่ร้อยละ 1-3
โดยมีปัจจัยเสี่ยงและความผันผวนที่สำคัญต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด ได้แก่ 1) นโยบายของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้เกิดความผันผวนทางการค้าในระยะต่อไป เช่น การใช้มาตรการทางภาษีศุลกากรกดดันนานาประเทศในประเด็นที่แตกต่างกันออกไป 2) ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ที่ยังไม่มีข้อยุติทั้งกรณี รัสเซีย-ยูเครน และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง 3) ค่าเงินบาทยังคงมีความผันผวน เป็นผลมาจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ทำให้ดอลลาร์แข็งค่า และส่งผลให้นักลงทุนเข้าถือสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น 4) ปัจจัยเฝ้าระวังขนส่งสินค้าทางทะเล อาทิ
การบริหารจัดการเที่ยวเรือและระวางเรือของสายเรือ ผลกระทบเปลี่ยนกลุ่มพันธมิตรสายเรือ ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนเส้นทางและตารางการเดินเรือ ซึ่งอาจมีผลให้การหมุนเวียนตู้คอนเทนเนอร์ในตลาดล่าช้า ความแออัดของท่าเรือแหลมฉบัง ส่งผลต่อต้นทุนค่าขนส่งผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น มีความเสี่ยงต่อการส่งมอบสินค้าให้ทันตามกำหนดส่งมอบในสัญญาซื้อขาย และส่งผลให้ปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่นควัน PM 2.5 ในประเทศ รุนแรงมากขึ้น
ทั้งนี้ สรท. มีข้อเสนอแนะที่สำคัญต่อภาครัฐ คือ การเร่งรัดให้มีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชน กระทรวงพาณิชย์ (กรอ.พณ.) รายเดือนหรือรายไตรมาส เพื่อติดตามสถานการณ์ความผันผวนการค้าระหว่างประเทศ จัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า การโปรโมทสินค้าในรูปแบบออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียงระดับโลก รวมถึงการจัดคณะผู้แทนทางการค้าไปเยือนประเทศคู่ค้าสำคัญ เร่งเจรจาการค้าเสรีและจัดทำข้อตกลงความร่วมมือทางการค้ากับคู่ค้าสำคัญ รวมถึงเร่งเจรจาทวิภาคีกับสหรัฐอเมริกา เพื่อรักษาผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างทั้งสองประเทศ
ส่งเสริมการลงทุนของไทยในประเทศเป้าหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการกีดกันทางการค้า ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลการผลิตเพื่อส่งออกให้สอดคล้องกับมาตรฐานสินค้าของประเทศคู่ค้าปลายทาง ทั้งในส่วนของสถานประกอบการทั่วไป และสถานประกอบการในพื้นที่ Free Zone และขอให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประสานความร่วมมือดำเนินการแก้ไขปัญหาการจราจรแออัดภายในท่าเทียบเรือแหลมฉบังโดยด่วน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





