YLG ชี้ ปี68 ยังลุ้นทองขึ้นต่อ สู่เป้าหมาย 3,000 ดอลลาร์ ปัจจัยหนุน ธนาคารกลางเข้าซื้อต่อเนื่อง ในประเทศเป้าหมาย 50,000 บาทต่อบาททองคำ
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่าปี 2567 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งประวัติศาสตร์ของทองคำหลายด้าน ทั้งการขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 2,790 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ คิดเป็นการเปลี่ยนแปลงจากต้นปีถึงราคาสูงสุดกว่า 35% ขณะเดียวกันก็สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ในการทรงตัวอยู่ระดับสูงตลอดปีแม้ว่าช่วง 3 ไตรมาสแรก อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะทรงตัวในระดับสูง ทำให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีความต้องการในทุกภาวะตลาด
อย่างไรก็ดีในปี 2568 แม้ว่าเปิดต้นปีมาราคาทองคำจะถือว่าทรงตัวในระดับสูง แต่มองว่าจะเป็นอีกหนึ่งปีที่ทิศทางยังอยู่ในขาขึ้น แม้ระหว่างทางจะมีแรงเทขายทำกำไรออกมาบ้าง แต่ภาพรวมยังไปได้ โดย YLG ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ระดับเดิมคือ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทย มีโอกาสขึ้นแตะระดับ 50,000 บาทต่อบาททองคำ หากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่โซน 35.10-35.20 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากมองว่าในปี 2568 ปัจจัยบวกที่เคยสนับสนุนทองคำในปี 2567 จะยังคงอยู่หลายปัจจัย และมีบางปัจจัยจะมีความชัดเจนมากขึ้น อาทิ
ธนาคารกลางประเทศต่างๆทั่วโลก ยังคงเดินหน้าซื้อทองคำเมื่อมีจังหวะที่เหมาะสม โดยปัจจัยนี้เกี่ยวเนื่องจากปัจจัยแรกที่ประเทศสมาชิก BRICS กำลังทำการสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง เช่น จีนที่กลับเข้าซื้อทองคำเมื่อปลายปี 2567 หลังจากหยุดไปเมื่อกลางปี โดย ณ ปัจจุบัน กลุ่ม BRICS ได้ถือครองทองคำสะสม รวมกันกว่า 5,700 ตัน หรือ คิดเป็นกว่า 16% ของการถือครองในธนาคารกลางทั่วโลก นอกจากนี้ธนาคารกลางประเทศอื่นๆที่ไม่ใช่สมาชิก BRICS ก็ยังคงเก็บสะสมทองคำอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
และปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ แม้ว่าโดนัลด์ ทรัมป์จะประกาศว่าจะยุติสงครามได้ตั้งแต่วันแรกที่ได้รับตำแหน่ง แต่ความกังวลของนักลงทุนทั่วโลกก็ยังคงมีอยู่ และยังให้น้ำหนักกับการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นทองคำ เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางนั้นยังตึงเครียดอยู่เป็นระยะๆ จากทั้งฝั่ง เลบานอนที่ได้เปิดเผยว่า เครื่องบินรบอิสราเอลได้โจมตีทางอากาศใส่ฝั่งตะวันออกของเลบานอน แม้อิสราเอล-เลบานอน จะเคยบรรลุข้อตกลงหยุดยิงไปแล้ว เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ขณะที่ฝั่ง อิสราเอล-ฮามาส นั้นยังไม่สามารถบรรลุการเจรจาหยุดยิงในฉนวนกาซาได้ โดยทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่าย
ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงดังกล่าวได้
ปัจจัยด้านอัตราดอกเบี้ยเฟด โดยแม้ว่าจะยังไม่มีความชัดเจนว่าเฟดจะมีนโยบายลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกมากแค่ไหน แต่หากอัตราดอกเบี้ยเป็นขาลงก็จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เป็นผลบวกต่อราคาทองคำและหากนักลงทุนซึมซับต่อปัจจัยที่ตลาดกังวลว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยทั้งปี 2568 ได้เหลือเพียง 0.50% ตามที่ปรากฎใน Dot Plot ไปหมดแล้ว หรือหากเกิดเห็นสัญญาณการอ่อนแอทางเศรษฐกิจอันส่งผลให้เฟดจำเป็นต้องเร่งลดดอกเบี้ยลงอีกครั้ง ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลบวกต่อราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้นได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews