“ทักษิณ” มั่นใจรบ. “แพทองธาร”ปลอดภัยรัฐประหาร 100%

การเมือง ข่าว

 

 

 

“ทักษิณ” มั่นใจรัฐบาล “แพทองธาร” มีเสถียรภาพ ลั่นรอบหน้าเพื่อไทยมาที่หนึ่ง ปลอดภัยจากรัฐประหาร 100%

 

 

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวในหัวข้อ Vision For Thailand 2024 ตอนหนึ่งในประเด็นการเมืองว่า 17 ปีที่ออกจากประเทศไทยไป และกลับมาเมื่อปีที่แล้ว ได้ตกลงมีเงื่อนไขว่าจะต้องเป็นตัวประกัน ว่าจะทำอะไรให้กับประเทศไทยหรือไม่ และ มีดีลอะไรไว้กับใคร หรือไม่ โดยนายทักษิณ ระบุว่า ไม่มีใครมาดีล ไม่มีใครกล้าดีล แต่ว่าก็ต้องยอมรับว่าตนรักบ้านเมือง และคิดถึงหลาน จึงมีความรู้สึกว่าอยากจะกลับเอาละไปตายเอาดาบหน้า สุดท้ายก็ตัดสินใจประสานกับรัฐบาลให้เขารู้ สมัยนั้นก็เป็นนายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ท่านรู้ว่าจะกลับ ก็เลยประสานให้เขาเตรียมการ เสร็จแล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในชีวิต ตนก็ต้อง
สำนึกว่าสิ่งที่ตนได้รับก็ต้องมีหน้าที่ตอบแทนทุกอย่างให้บ้านเมือง และหน้าที่ ที่จะต้องจงรักภักดีตลอดไป ทำให้ตนได้กลับมาเป็นคนไทยอีกครั้ง ตนเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีได้รับพระมหากรุณาธิคุณ และคนไทยหลายคน ก็ยังมีความผูกพันอยู่กับตนบ้าง ตนก็ถือว่าเป็นหน้าที่ต้องตอบแทนบ้านเมือง อย่างสุดฝีมือ ในขณะที่สมองเรายังดี ความจำเรายังมีอยู่ และก็ผ่านประสบการณ์เห็นโลกมาเยอะ ก็ต้องเป็น พระเอกหนัง “โลกทั้งใบให้นายคนเดียว”

 

ส่วนการเมืองไทยตอนนี้เปลี่ยนไปเยอะหรือไม่ นายทักษิณ ระบุว่า การเมืองไทยเปลี่ยนไปเยอะเพราะหลังจากการปฏิวัติครั้งแรกกับครั้งที่สอง การร่างรัฐธรรมนูญมีเจตจำนงชัดเจนว่าต้องการให้ การเมืองอ่อนแอ เพราะกลัวการเมืองแข็งแรงเหมือนสมัยที่ตนเป็นนายกฯ ซึ่งไม่เคยมีประวัติศาสตร์ว่าเลือกตั้งชนะรอบสอง ตอนนี้รัฐธรรมนูญมีปัญหาที่ต้องแก้เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญ ประชาธิปไตยคืนให้คนไทยให้ได้

 

ส่วนถึงรัฐบาลในปัจจุบันคือเกิดการข้ามขั้ว จะเดินไปอย่างมีเสถียรภาพแค่ไหน นายทักษิณ มองว่าเรื่อง เสถียรภาพ นี่ไม่มีปัญหาเลย เรื่องข้ามขั้วไม่ข้ามขั้ว บ้านเรามันชอบบัญญัติศัพท์ แล้วก็ติดปากกัน บ้านเราเป็นระบบ รัฐสภาไทยรวมเสียงได้กึ่งหนึ่งก็เป็นผู้ตั้งรัฐรัฐบาล แต่โดยมารยาทเราให้สิทธิ์คนที่ได้ที่หนึ่งก่อน แต่หากตั้งไม่ได้ก็เป็นอันดับสองในการรวบรวมเสียงไม่ใช่การข้ามขั้วแต่เป็นระบบรัฐสภา ที่เขาตั้งไม่ได้ก็เพราะเขาไม่ยอมยกเลิกเรื่องแก้ม.112

 

แต่พรรคอื่นก็บอกว่าไม่ยอมเอาด้วยในเรื่องนี้ หากไม่มีเรื่องนี้ก็คงจบไปแล้ว ตนมั่นใจว่ารัฐบาล น.ส.แพทองธาร มีเสถียรภาพ เพราะสส. ที่อยู่ในรัฐบาลมี 300 กว่า น่าจะถึง 330 เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรที่เสี่ยงและอีกอย่างคืองานที่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยตั้งใจจะทำ มีทีมงานที่รองรับน่าจะผลักดันงานหลายๆอย่างได้ดี ตนว่าคราวหน้ามีโอกาสสูงที่พรรคเพื่อไทยจะได้ที่หนึ่ง คราวที่แล้ว ถ้าหัวหน้าพรรคไม่ลาคลอดแล้วหาเสียงต่อไปจนจบ ตนว่าไม่แพ้

 

ส่วนอะไรที่ทำให้มั่นใจว่าครั้งหน้าจะชนะพรรคประชาชนชน นายทักษิณ ระบุว่า หลักของพรรคประชาชนคือต้องการความเท่าเทียม เขาก็อยู่ในบริบทของการเมือง ส่วนของเราอยู่ในบริบทการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันของประชาชน เราเน้นโอกาส ของเขาเน้นสถานะ แต่เราเน้นโอกาส ซึ่งไม่เหมือนกัน เขาบอกว่าทุกคนต้องเท่าเทียม ไม่ว่าจะมียศถาบรรดาศักดิ์อะไรก็คือเท่าเทียมกันหมด แต่ว่าสังคมไทย เรามันเคารพกันด้วย วัยวุฒิหรือคุณวุฒิซึ่งมันก็ได้ระดับหนึ่ง แต่โอกาสทางเศรษฐกิจโอกาสในการสร้างเนื้อสร้างตัวของคนไทยมันมีปัญหาตรงที่คนชนบทลำบาก และตอนตนชนะ 377 เสียง ก็ชนะด้วยคำเดียวคือ “โอกาส”

 

เมื่อถามว่าได้คุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐบ้างหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ก่อนที่ตนจะกลับมาจากประเทศไทย ได้โทรคุยกัน สั้นๆ ในเรื่องว่าจะร่วมมือกันอย่างไร แล้วก็ถามสารทุกข์สุกดิบแต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยกันเลย เขาก็ไม่รู้จักผมแล้ว ส่วนเรื่องความขัดแย้งเริ่มจาก เขาเกษียณแล้วอยากไปเป็นประธานปปช. ตนก็ไม่ได้คุยกับเขา แต่ตนก็บ่นว่าเขาเป็นทหารไปเป็นประธานปปช. แล้วจะรู้กฎหมายหรอ ก็มีคนไปบอกเขา เขาก็เลยโกรธผม เรื่องนี้เรื่องเดียวตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ หลังจากนั้นโดนแทงมาโดยตลอด

 

ส่วนอยากจะฝากอะไรไปถึงพล.อ.ประวิตรหรือไม่ นายทักษิณ ระบุว่า อยากจะบอกว่าเราก็อายุมากแล้ว ให้ฟังธรรมะจิตใจจะได้สงบ ตอนตนอยู่เมืองนอก17 ปีเรื่องราวมากมาย คดีตรงนี้ยัดให้ ตรงนั้นยัดให้ตนทีแรกก็โกรธ ตอนหลังมาโดนก็เฉยๆ

 

ส่วนในฐานะพ่อคิดว่าจะสนับสนุนช่วยเหลือ ลูกสาวที่เป็นนายกรัฐมนตรี คนแรกที่อายุน้อยที่สุด อย่างไร นายทักษิณ ระบุว่า ตนต้องทำหน้าที่ช่วยคิดช่วยเสนอแต่การตัดสินใจเป็นเรื่องของ นายกรัฐมนตรี ตนไปพบว่าสิ่งไหนที่ต้องปรับปรุงแก้ไข หรือแนวทางประเทศควรไปทางไหนก็จะบอกเขา แต่การตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่เรื่องของตน แต่ตนคงจะอยู่เฉยมองปัญหาบ้านเมืองแบบไม่สนใจไม่ได้ แม้ว่าจะไม่ใช่ลูกตนเป็นนายกรัฐมนตรี ตนก็ต้องบอกในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี

 

ส่วนจะวางระยะห่างกรณีที่มีนักการเมืองหรือนักธุรกิจเข้าหาอย่างไรนั้น นายทักษิณ กล่าวว่า ตนมีนิสัยเป็นอาจารย์เก่า ชอบสอนหนังสือชอบให้ความรู้ ใครมาปรึกษาก็ยินดี แต่ถ้ามาวิ่งเต้นไม่เกี่ยวกับตน ไม่ต้องมา บ้านตนเจอแต่เพื่อนฝูงส่วนมองว่าหลังจากนี้มีโอกาสจะเกิดรัฐประหารขึ้นอีกหรือไม่ นายทักษิณ ระบุว่า ไม่มี วงจรนั้นหายไปแล้ว เชื่อว่านายกฯแพทองธารจะปลอดภัยจากรัฐประหาร 100%

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

';

ประเด็นที่คุณอาจสนใจ

';