“จตุพร” ซัด “ทักษิณ” คนสองบุคลิก เอาแน่เอานอนไม่ได้ ไม่มีจุดยืน ชื่นชมพวกยึดอำนาจเมื่อได้ประโยชน์ ซ้ำอ้างเป็น นัก ปชต.เมื่อเสียหายโดนคดี 112 แต่แก้ตัวถูกยัดข้อหา ตราหน้าเผด็จการเป็นผลไม้พิษ รอดู18มิ.ย.ไปพบ อสส.จริงหรือไม่
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ว่า สำนึกทางการเมืองของนายทักษิณ ชินวัตร พลิกเปลี่ยนไปมา หาจุดยืนมั่นคงไม่ได้ ถ้าได้ประโยชน์จากเผด็จการก็ชื่นชมว่าดี หากเสียประโยชน์กลับอ้างตัวตนเป็นนักประชาธิปไตย ดังนั้น จึงเป็นคนสองบุคลิกกลับกลอกไปมาและทำประชาชนมึนงง เอาแน่เอานอนไม่ได้
โดยกรณีนักโทษทักษิณ บอกคดี ม.112 เป็นการถูกยัดข้อหามาจากพวกผลไม้พิษยึดอำนาจและข่มขู่พนักงานสอบสวน ซึ่งนายจตุพร กล่าวว่า เมื่อวันนี้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลควรตรวจสอบว่าพนักงานสอบสวนคนใด ถูกใครข่มขู่ และต้องดำเนินคดีกับผู้มาข่มขู่ให้ยัดข้อหาหมิ่น ม.112 ด้วย
“ถ้าทักษิณ เป็นนักประชาธิไตย และรังเกียจต้นไม้พิษและผลไม้พิษแล้ว มายอมรับเสียง สว. 152 เสียงจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ ที่ยึดอำนาจทำไม อีกอย่างการถวายฎีกาในหลวงยังยอมรับกระทำความผิดจริงทำไม บอกสำนึกผิดเพียงต้องการได้พระราชทางอภัยลดโทษเท่านั้นเหรอ ดังนั้น เมื่อเป็นนักต่อสู้จะไปยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างไร ถ้าไม่ผิดต้องหัวเด็ดตีนขาดเดินเข้าคุก คนก็ให้ความยกย่อง
อีกทั้งกล่าวว่า นักโทษทักษิณเมื่อได้ประโยชน์ก็ยอมกินผลไม้พิษ แต่เมื่อตัวเองเสียหายกลับร้องบอกเป็นผลไม้พิษ ดังนั้น การพูดเอาแต่ประโยชน์เป็นตอนๆ ไป ไม่ได้พิจารณาข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน ดังนั้น การเป็นนักประชาธิปไตยของทักษิณ ได้จบสิ้นลงแล้วตั้งแต่ 22 ส.ค. 66 วันที่กลับบ้านและพรรคเพื่อไทยตระบัดสัตย์ตั้งรัฐบาลกับฝ่ายยึดอำนาจ
สิ่งสำคัญ นายทักษิณ ยังพูดถึงคนบ้านป่าทำวุ่นวายให้เสียหาย ทั้งที่นักข่าวถามว่า ใช่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือไม่ก็ไม่ตอบ อย่างไรก็ตาม ถ้าคนบ้านป่าทำให้เสียหาย ทำไมไม่ปลดพรรคของคนบ้านป่าออกจากรัฐบาล สิ่งนี้แสดงถึงเป็นคนสองบุคลิก เอาแต่ด้านดีเมื่อได้ประโยชน์จากเผด็จการก็ชื่นชม แล้วมาพลิกเปลี่ยน โดยอ้างตัวเป็นนักประชาธิปไตย ว่ากล่าวให้เสียหายเมื่อตัวเองไม่ได้ประโยชน์
นายจตุพร กล่าวว่า ทักษิณ ไปงานบวชที่ปทุมธานีในช่วงมีการหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.นั้น คงไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา เพราะคนรับรู้ถึงการเป็นนักประชาธิปไตยจอมปลอมมาตั้งแต่ 22 ส.ส. 66 ที่พรรคเพื่อไทยตระบัดสัตย์ไปตั้งรัฐบาลกับฝ่ายยึดอำนาจเมื่อปี 57
ยิ่งไปกว่านั้น การเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานีครั้งนี้ไม่แตกต่างจากการเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่เมื่อปลายปี 2563 เพราะทักษิณหักนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ซึ่งเป็นคนตัวเองอย่างไม่ใยดี พร้อมยัดข้อหาย้ายขั้วเปลี่ยนข้างไปถ่ายรูปกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งถูกกล่าวหาว่า เป็นพวกใช้กำลังยึดอำนาจ
แต่วันนี้ ร.อ.ธรรมนัส เข้าร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย แล้วยังนั่งคู่กับทักษิณ ที่เชียงใหม่อีกด้วย ดังนั้น บิ๊กแจ๊ส-พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี จึงมีสภาพไม่แตกต่างจากนายบุญเลิศ ถูกยัดข้อกล่าวหาย้ายข้างเปลี่ยนขั้วมาแล้ว
“เวลายัดเยียดตั้งข้อกล่าวหาเขา แค่ประสงค์จะเอาชนะนายบุญเลิศ จึงเขียนจดหมายยัดข้อหาสารพัด มาครั้งนี้บิ๊กแจ๊สก็เหมือนกัน เคยลงนายก อบจ.ในนามพรรคเพื่อไทย เมื่อสิ้นประโยชน์ก็มองว่าเป็นปัญหา แล้วไปเอาคู่แข่งบิ๊กแจ๊สที่เคยถูกพรรคเพื่อไทยด่าเสียหายมาแล้ว เหมือนที่พรรคยกโขยงไปด่านายบุญเลิศ ช่วงเลือกตั้งที่เชียงใหม่ แต่วันนี้คนละเรื่องกัน คู่แข่งบิ๊กแจ๊สที่เคยถูกด่าเละเทะกลายเป็นคนดี จนประชาชนมึนงง”
นายจตุพร กล่าวว่า นายทักษิณ จะไปพบอัยการเพื่อนำตัวไปฟ้องศาลคดี ม. 112 ถ้ามาจริงต้องลุ้นจะได้ประกันตัวหรือไม่ แต่การพูดเช่นนี้ของทักษิณเคยพลิกเปลี่ยนมาแล้วเมื่อครั้งไปนครราชสีมาว่า จะไปพบอัยการเมื่อ 29 พ.ค. แต่กลับคำอ้างป่วยโควิด ไม่ได้ไปตามนัด ดังนั้น คำพูดจะไปพบอัยการวันที่ 18 มิ.ย.จึงเป็นการพูดทางการเมืองต่อหน้าประชาชนจำนวนมากมารอรับเท่านั้น ต้องวัดใจกันว่า จะไปจริงหรือไม่ และถ้าจริงแล้วจะได้ประกันหรือไม่
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews