“ทวี” ยันไม่แกล้งใครปมค้ามนุษย์ฟินแลนด์-หมูเถื่อน
“ทวี” ยัน ไม่แกล้งใครปมค้ามนุษย์ฟินแลนด์-หมูเถื่อน ปัด “ธรรมนัส”ไม่พอใจการดำเนินคดีล่าช้า มีแต่ให้กำลังใจ
พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอแจ้งข้อกล่าวหาอดีตรัฐมนตรี มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ที่ส่งแรงงานไปฟินแลนด์ โดยอดีตรัฐมนตรีขู่จะฟ้อง ดีเอสไอคดีนี้เป็นความผิดที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร ซึ่งอัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวน ข้อหานั้นทางตำรวจฟินแลนด์
โดยเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ ประจำประเทศไทย แจ้งมาว่ามีการสอบสวนของหน่วยงานต่างประเทศ ซึ่งมีพยานหลักฐานและตำรวจฟินแลนด์ก็คงไม่รู้จักคนไทย และเนื่องจากมี พ.ร.บ.ความร่วมมือทางอาญา ซึ่งสามารถรับฟังพยานหลักฐานได้หลังจากนั้นอัยการสูงสุดได้ร่วมกับดีเอสไอและมีความเห็นร่วมกัน การสอบสวนมีทั้งพยานบุคคลพยานเอกสารและพยานทางวิทยาศาสตร์
ซึ่งการสอบสวนจะต้องมีความเห็นร่วมกันไม่ใช่องค์กรใดองค์กรหนึ่งที่สำคัญตามรายงานปรากฏว่าตำรวจฟินแลนด์ได้เข้ามาสอบในประเทศไทยหลายครั้ง แต่ถ้าพูดไปจะทำให้มีความเสียหายอีกทั้งดีเอสไอจะยกระดับพนักงานสอบสวนให้มีความเชี่ยวชาญ โดยการสอบสวนจะขึ้นกับพยานหลักฐานเป็นสำคัญ และต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายไม่กลั่นแกล้งใคร
ส่วนเรื่องที่มีการขู่ฟ้อง ก็เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่ทุกๆ คดีจะมีลักษณะอย่างนี้ แต่ก็พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกคนถ้ารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือมีพยานหลักฐานอะไร เพราะการสอบสวนของดีเอสไอ ตนได้สั่งให้รวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด เพื่อพิสูจน์ว่ากระทำผิดหรือบริสุทธิ์ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่มีปัญหา
พันตำรวจเอกทวี ยังกล่าวถึงเรื่องหมูเถื่อน พี่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำงานล่าช้า ตนเห็นว่าพนักงานสอบสวนก็ทำทั้งวันทั้งคืนไม่ได้ทำตามความรู้สึก และจริงๆ ตั้งเป็นองค์กรความร่วมมือการป้องกันปราบปรามการกระทำผิด เชิงองค์กรอาชญากรรมหรือ พ.ร.บ.องค์กรป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ เพราะความผิดฐานฟอกเงินทั้งสองประเทศจะร่วมกันและยอมรับว่าเรื่องนี้มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะปศุสัตว์ เพราะต้องเอาเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งเริ่มตั้งแต่ASFระบาด ตอนนั้นก็มีการปิดบัง และทำให้มีการผู้ส่งออกไปประเทศอื่น
ปรากฏว่ามีการอภิปรายและคณบดีคณะสัตวแพทย์ก็ร้องว่า โรคที่พบเป็น ASF ทำให้หมูขาดตลาด และมีหมูเข้ามาจึงต้องสอบทั้งหมดต้องรวบรวมพยานหลักฐาน เพราะมันเป็นสิ่งที่พูด จะใช้ความรู้สึกมาเป็นหลักฐานไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าสอบถึงใครเราก็ไม่ได้ดำเนินคดีทันทีแต่เรียกมาสอบและอยากให้พนักงานสอบสวนรอบคอบโดยให้ศาลเป็นผู้ออกหมายจับ คงจะไม่มีการกันแกล้งใคร
ส่วนกรณีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เหมือนจะไม่พอใจ เพราะส่งเรื่องไปให้นานแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ไม่มีอะไร ร.อ.ธรรมนัส ก็อยากจะแก้ปัญหาและกลับตน ก็ไม่เห็นพูดอะไรด้วย เหมือนให้กำลังใจกันมากกว่าส่วนถ้าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอดีตรัฐมนตรีหรือนักการเมือง หรือ ผู้ยิ่งใหญ่ พันตำรวจเอกทวี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีบอกว่าให้ทำอย่างตรงไปตรงมาและเราไม่ได้ตั้งธงว่าจับใคร ถ้าหลักฐานไปถึงใคร ก็ต้องดำเนินการ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเรา แต่ประชาชนจับตาดูอยู่
ทุกอย่างว่าตามพยานลักฐานและเมื่อเป็นสำนวนแล้วพนักงานสอบสวนก็ช่วยใครไม่ได้ เพราะถ้าสั่งความเห็นออกไป แต่อัยการจะเป็นผู้สั่งอีกทีถ้าสำนวนไม่รอบคอบอัยการก็จะเข้ามา และดีเอสไอก็พยายามยึดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งวิทยาศาสตร์จะไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแต่บุคคลอาจเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ ที่สำคัญเราอยากให้เกษตรกรรายย่อยได้รับการคุ้มครอง เพราะถ้าเอาเข้ามาโดยหลบภาษีแล้วไม่ได้ตรวจโรคทางปศุสัตว์ แล้วเอาไปขายในร้านหมูกระทะต่างๆ มันก็จะเป็นการทำลายตลาด
เมื่อถามย้ำว่าอีกนานหรือไม่ที่ประชาชนจะได้เห็น คนที่กระทำความผิดถูกลงโทษ พันตำรวจเอกทวี กล่าวว่า ก็เห็นอยู่ตลอดเวลา ถ้ามีตัวผู้ต้องหามันจะบังคับเวลาว่าต้องกี่วัน พนักงานสอบสวนต้องมีระยะเวลาให้อัยการพิจารณาสำนวนอีกระยะหนึ่ง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





