นายกฯมอบนโยบายจัดทำงบ68ยันดิจิทัลวอลเลตเป็นเรือธง
นายกฯ มอบนโยบายแนวทางจัดทำงบปี68 ยืนยันนโยบายดิจิทัลวอลเลต เป็นเรือธงที่ต้องทำให้สำเร็จ ตั้งเป้าตลอด4 ปี GDP โตเฉลี่ย 5% พร้อมขยายระยะเวลาการจัดทำงบประมาณถึง 2 ก.พ. นี้
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ใจความสำคัญตอนหนึ่ง ว่า ในช่วงการบริหารราชการของรัฐบาลที่ผ่านมาได้เดินหน้าในการแก้ไขปัญหาของประเทศเพื่อสนับสนุนการขยายตัวเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ดึงดูดนักท่องเที่ยว เพิ่มรายได้ลดรายจ่าย เพิ่มความมั่นคงให้กับประชาชนทุกคน
ซึ่งปัจจัยความท้าทายของการบริหารประเทศของรัฐบาลมีทั้งการส่งออกที่ชะลอตัว, การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ, ภาระหนี้ภาครัฐและเอกชน, การจัดเก็บรายได้, ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น, ปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติด, ปัญหาแรงงานในภาคเกษตรและปัญหาPm 2.5
ซึ่งการดำเนินนโยบายของรัฐบาลได้มีการผลักดันซึ่งครอบคลุมเศรษฐกิจในทุกด้าน อาทิ เรื่องพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับประชาชนและเปลี่ยนถ่ายไปสู่พลังงานสะอาดด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และส่งเสริมให้มีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ขณะที่ด้านการเกษตรจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่านับจากนี้
รวมไปถึงเพิ่มมูลค่าทางการเกษตรด้วยการแปรรูปและส่งเสริมการทำการเกษตรแบบยังยืนและปลอดภัย รวมไปถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวในทุกด้าน ซอฟพาวเวอร์ และค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งมีเป้าหมายว่าเศรษฐกิจประเทศไทย 4 ปีต้องโตเฉลี่ย 5% ให้ได้
ทั้งนี้หนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาลนี้คือการทํา Digital Wallet ให้สําเร็จ แม้จะต้องเดินหน้าออก พ.ร.บ. กู้เงินก็ตาม ซึ่งได้ตั้งงบประมาณเผื่อไว้ ในกรณีที่ต้องใช้พัฒนาและดําเนินโครงการด้วย แต่ขอให้ตั้ง อย่างสมเหตุสมผล และในปีงบประมาณ 2568 การใช้จ่ายภาครัฐจะมีบทบาทสําคัญในการสนับสนุนการ ดําเนินนโยบายของรัฐบาลทั้งระยะสั้น
ระยะกลางและระยะยาว ให้เกิดผลอย่าง เป็นรูปธรรม ซึ่งนโยบายทั้งหมดของรัฐบาลที่กล่าวไปนั้น จะต้องอาศัยการทํางานบูรณาการกัน เป็นอย่างมาก มีความเชื่อมโยงหลายส่วน และต้องขอให้สํานักงบประมาณดูตัวชี้วัด งบประมาณที่ขอ เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนศึกษารายละเอียดเนื้อหาให้ถี่ถ้วนด้วยว่าตอบโจทย์ของรัฐบาลหรือไม่ และจะต้องต่อเนื่องจากปี 67
โดยช่วงเวลาการ ทํางานจะทับซ้อนกัน และต้องให้ตอบโจทย์ความต้องการและเป็น ประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุดนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า Soft Power จะยังคงเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาลที่ผลักดันต่อ ในปีนี้ จะเดินหน้าการตั้งหน่วยงานที่มาสนับสนุนกิจกรรมที่เป็น Soft Powerคือหน่วยงาน Thailand Creative Content Agency หรือที่รู้จักกันในนาม THACCA / พร้อมเดินหน้านโยบาย 1 ครอบครัว 1 Soft Power ซึ่งจะต้องครอบคลุม ตั้งแต่ต้นน้ำ ที่ต้องมีการคัดเลือกคนที่จะมาทำการ Up-skill และ Re-skill ฝึกทักษะที่เกี่ยวข้อง โดยต้องทำงานบูรณาการกันหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลนี้จะทำประชามติ เพื่อทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จ โดยไม่จุดฉนวนความขัดแย้งในสังคมให้ได้ มุ่งหน้าทำให้ประเทศไทยมีหลักนิติธรรมที่เข้มแข็งใน ที่สุด โดยขอให้หน่วยรับงบประมาณจัดทำคำของบประมาณที่สอดคล้องกับจุดเด่นตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการในปีงบประมาณ 2568 จำนวน 142 ประเด็น
อย่างไรก็ตามขณะนี้ สํานักงบประมาณจึงอยู่ระหว่างดําเนินการนําเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อ ปรับปรุงปฏิทินงบประมาณ โดยขยายระยะเวลาการจัดส่งคําขอได้ถึงวันที่ 2 ก.พ.67
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





