นายกฯ พอใจผลประชุมเอเปค-หารือผู้นำ
นายกฯ เผยพอใจผลการประชุมเอเปคและหารือผู้นำ พรุ่งนี้เตรียมเรียกถก เพื่อสานต่อผลการเจรจา หวังดึงนักลงทุนย้ายฐานการผิดมาไทย เผยเชิญ ” โจ ไบเดน” เยือนไทยอย่างเป็นทางการ
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางเข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ เอเปค ณ ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา เสร็จสิ้น ว่า นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำเขตเศรษฐกิจ ที่พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์แห่งซานฟรานซิสโก โดยมีบรรดาผู้นำประเทศต่างๆ
ขณะที่ได้นั่งทานอาหารข้างกับ นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และได้มีการพูดคุยกัน ยืนยันว่า ไทยพร้อมที่จะเป็นทางเลือก ให้บริษัทใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ได้เข้ามาตั้งฐานผลิตที่ไทยเพื่อกระจายความเสี่ยง ซึ่งเห็นกันอยู่ว่าตอนนี้มีหลายประเทศเข้ามาร่วมลงทุนที่ไทย นอกจากนี้ยังได้ถือโอกาสเชิญนายโจ ไบเดน เดินทางมาไทยโดยระบุว่าประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการมากกว่า 10 ปีแล้ว จึงได้เรียนเชิญนายโจ ไบเดน มาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงการต่างประเทศก็จะประสานงานต่อไป
นายเศรษฐา เผยว่าได้พบกับ นายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีกับไทย พูดคุยกันในหลายประเด็น ซึ่งสัมผัสได้ว่าประธานาธิบดีสีจิ้นผิง เป็นคนที่มีพลังอบอุ่นและเป็นมิตร ตนเองยังได้แสดงความยินดี ผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 กลุ่มซี นัดแรก ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 16 พ.ย.66 ทีมชาติไทย แพ้ให้กับทีมชาติจีน 1-2 ซึ่งประธานาธิบดีสีจิ้นผิง บอกว่าน่าจะฟลุ๊คมากกว่า โดยท่านก็อวยพรให้ทีมไทยชนะและผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกเช่นกัน
ทั้งนี้ ได้กับนายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา ซึ่งนายเศรษฐา พูดติดตลกว่าไม่ได้พูดคุยเรื่องสีถุงเท้า แต่ได้พูดคุยกันในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการขอวีซ่าให้กับนักเรียน ซึ่งนายกรัฐมนตรีแคนาดารับเรื่องไว้พิจารณา
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยถึงการเข้าพบกับนักธุรกิจรายใหญ่ของสหรัฐหลายราย ที่ส่วนใหญ่ก็ให้ความสนใจในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เช่น บริษัทเทสล่า ที่สนใจจะเข้ามาตั้งฐานการผลิตรถยนต์อีวีในประเทศไทย และในสัปดาห์หน้าผู้บริหารระดับสูงก็จะบินเข้ามาในประเทศไทยเพื่อมาดูสถานที่ตั้งโรงงาน พี่ล่าสุดมีผู้เสนอขายที่ให้ตั้งโรงงานจำนวน 3 ราย พร้อมกันนี้ตนได้เชิญไปร่วม สัมผัสซอฟพาวเวอร์ของไทยในงานยี่เป็ง ที่จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนบริษัท เอดีไอ บริษัทเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ สนใจมาลงทุนเรื่องพลังงานสะอาดในไทย
สำหรับผลการหารือกับบริษัท วอลมาร์ท จะขยายเรื่องอาหารฮาลาน และผลไม้สด อาหารสด โดยของให้มีการคมนาคม ศุลกากร เพื่อขนส่งสินค้าด้วยความรวดเร็ว สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
ด้านบริษัท เวสเทิ้น ดิจิทัล จะย้ายฐานจากฟิลิปปินส์มาไทย ถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจ และบริษัทนี้ยังรักเมืองไทย และบริษัท แอปเปิ้ล ที่จะส่งเสริมคนพัฒนาแอบพลิเคชั่นในไทยที่มีกว่า 3 แสนคน เพื่อต่อยอด ซึ่งจะเสนอให้ทำเทนนิ่งเซนเตอร์ พร้อมสนับสนุนการลงทุน โดยอาจจะทำที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งในวันที่ 28 พ.ย.นี้ จะให้หน่วยงานในพื้นที่หารือกัน
อย่างไรก็ตาม การเดินทางเยือนสหรัฐในครั้งนี้ถือว่าพอใจและประสบความสำเร็จหรือไม่ นายเศษฐา กล่าวว่ายังมีรายละเอียดที่ต้องดำเนินการอีกมาก โดยในวันพรุ่งนี้ตนจะร่วมประชุมกับทีมงาน หลังจากเข้าร่วมประชุมแล้วใครต้องตามงานอะไร อย่างไรบ้าง ไม่ได้เป็นการพบปะ แล้วก็พอใจสิ่งที่ตนเองมีอยู่ แต่เราต้องเดินทางให้เยอะขึ้น ทำให้เยอะขึ้น จากการพบปะพูดคุยกับนักธุรกิจหลายราย โดยนักธุรกิจรายหนึ่งที่ทำด้านโลจิสติกส์ ซึ่งบอกว่าประเทศไทยเป็นที่เป็นที่หมายปองของหลายบริษัท ที่อยากจะย้ายฐานการผลิตมาที่ไทย ที่เป็นประเด็นที่ตนจะต้องมาหารือกับสภาหอการค้าไทยในวันนี้ด้วย
ซึ่งมีนักธุรกิจอยู่มาก โดยจะได้มีการพูดคุยกัน และจะบอกว่าประเทศเราเป็นที่หมายปอง พวกเราทุกคนต้องเปิดกว้าง ต้องเดินทางออกไปค้าขาย ขณะที่รัฐบาลเองก็พร้อมที่จะเจรจาเรื่อง FTA ทุกหน่วยงาน รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคง ก็พร้อมที่จะเปิดและแก้ไขกฎหมายหลายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนให้มีการท่องเที่ยว วีซ่าฟรี เปิดสถานบริการให้ยาวขึ้น และกวาดล้างมิจฉาชีพต่างๆ เพื่อให้ไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ ส่วนตัวไม่อยากจะบอกว่าประสบความสำเร็จ แต่พวกเราต้องทำงานอีกมาก เชื่อว่ารัฐมนตรีหลายๆ คน ได้รับฟังน่าจะรู้สึกตื่นเต้น และทุกคนน่าจะทราบว่าแต่ละคนมีหน้าที่จะต้องดำเนินการอย่างไร
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





