“ชัยชนะ” ยัน 9 ธ.ค. ประชาธิปัตย์ ได้หัวหน้าพรรคแน่นอน เชื่อ “เฉลิมชัย ” ไม่คืนคำนั่งหัวหน้าพรรคเอง ขณะนี้มีแค่ชื่อ “นราพัฒน์” คนเดียว
นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส. นครศรีธรรมราช ในฐานะ รักษาการรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มที่จะมีการเปิดประชุมวิสามัญพรรคประชาธิปัตย์ ว่า การประชุมวิสามัญที่จะเกิดขึ้นภายในวันที่ 9 ธ.ค. นี้ ได้มีการกำหนดเพิ่มองค์ประชุมใน (19) ของข้อบังคับพรรค โดยให้สมาชิกพรรคแต่ละภาค 30 คน แสดงความจำนงที่จะเป็นองค์ประชุม หากเกินกว่านั้น ก็จะจับฉลากกัน เพื่อมาเติมองค์ประชุมที่ขาดไป สำหรับในส่วนผู้ที่จะลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เท่าที่ทราบตอนนี้
ยังเป็นเพียงข่าวว่าใครจะลงบ้าง แต่คนที่แน่ชัด และยืนยันกับสื่อมวลชนไปในวันประชุมกรรมการบริหารพรรค ก็คือ นายนราพัฒน์ แก้วทอง ส่วนคนอื่นๆ ที่ปรากฏเป็นข่าว ต้องให้เจ้าตัวเป็นผู้ยืนยันก่อนว่าจะลงชิงจริงหรือไม่
ทั้งนี้ ต้องรอความชัดเจนว่า นายนราพัฒน์ ยังยืนยันลงหัวหน้าพรรคหรือไม่ ถ้ามีการพูดคุยชัดเจน ก็มานั่งสรุปกันว่า จะเดินหน้าอย่างไรต่อไป ส่วนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน มีบุคลิกรักษาคำพูด คำไหนคำนั้นอยู่แล้ว เมื่อประกาศเลิกเล่นการเมือง ไม่รับตำแหน่งทางการเมือง ตนคิดว่าการที่คิดกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค มองว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะนายเฉลิมชัย
ก็พูดในที่ประชุมวันนั้นชัดเจนว่า เลิกเล่นการเมือง แต่จะช่วยดูแลพรรค ช่วยสนับสนุนพรรค เนื่องจากพรรคได้ให้กำเนิดทางการเมือง ให้โอกาสเป็นรัฐมนตรี พรรคให้ประสบการณ์และสอนอะไรหลายอย่าง ดังนั้น ประเด็นที่นายเฉลิมชัยจะมารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้นตัดไปได้เลย
ขณะเดียวกัน นายชัยชนะ ระบุเพิ่มเติมว่า ตนอยากให้เข้าใจว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมือง อยู่มา 77 ปี ก้าวสู่ปีที่ 78 ณ วันนี้ อยู่ในยุคเปลี่ยนผ่าน ซึ่งการเปลี่ยนผ่านนั้น ต้องเปลี่ยนผ่าน 3 ชั่วอายุคน 1. คนรุ่นเก่า 2. คนรุ่นกลาง 3. คนรุ่นใหม่ ดังนั้น การที่จะให้คน 3 ยุค เข้าใจกันในคราวเดียวก็คงไม่ใช่ และต้องยอมรับว่าทุกคนล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ต้องการฟื้นพรรคให้กลับมาเป็นพรรคหลัก เพียงแต่วิธีคิด กระบวนการ แนวทางการทำงาน อาจจะต่างกันอยู่บ้าง สิ่งที่ดีที่สุดคือการพูดคุย ถ้าได้มีการพูดคุยกัน ทุกอย่างก็ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้ว ต้องเปิดอกมาคุยกันว่า ในการเปลี่ยนผ่านนี้ ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้ง แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านของสถานการณ์ เปลี่ยนผ่านของเวลา เปลี่ยนผ่านของช่วงอายุคน เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ต้องคุยกัน คือ สิ่งไหนที่พรรคทำและดีอยู่แล้วก็ต้องรับไปทำต่อ สิ่งไหนที่ต้องปรับให้เข้ายุค ทันสมัยก็ต้องทำ
ส่วนสถานการณ์การเมืองวันนี้ กระแสของคนรุ่นใหม่มีเยอะขึ้น ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีหลัก และอุดมการณ์อยู่แล้ว ก็ต้องรับไปทำต่อ สิ่งไหนที่ต้องปรับให้เข้ายุคสมัยก็ต้องทำต่อไป การเมืองไทยในวันนี้แข่งขันกันทางความคิด ถ้าพรรคไหน สามารถนำเสนอความคิด แล้วทำให้ประชาชนเชื่อมั่น พรรคนั้นก็จะเป็นทางเลือกให้ได้กลับมา
นอกจากนี้ ยังแสดงความมั่นใจว่า จะมีการคุยกันได้ก่อนถึงวันประชุมวิสามัญ โดยระบุว่า ในเมื่อทุกคนยืนยันออกจากปากว่า รักพรรคประชาธิปัตย์ ทุกคนยึดมั่นว่าจะช่วยพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องพูดคุยกันได้ ถ้าความรักนั้นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ใช่ความรักที่ออกมาแค่ลมปาก ก็คิดว่าต้องคุยกันได้อยู่แล้ว พร้อมมั่นใจว่า การประชุมวิสามัญครั้งนี้จะได้หัวหน้าพรรค เพราะองค์ประชุมก็มีการปรับปรุงแล้ว และภายในวันที่ 9 ธันวาคมนี้ ได้หัวหน้าพรรคแน่นอน แต่จะเป็นใครนั้น คงต้องรอสัปดาห์สุดท้ายว่าใครจะประกาศชิงหัวหน้าพรรค ณ วันนี้รายชื่อยังไม่ชัดเจน และสถานการณ์ยังเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews