กมธ.เศรษฐกิจฯ วุฒิสภา จัดเสวนา นานาทัศนะกับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ห่วงไม่คำนึงถึงวินัยและเสถียรภาพการคลังในระยะยาว
คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ร่วมกับ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา และคณะกรรมการวิชาการของวุฒิสภา จัดโครงการเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรื่อง “นานาทัศนะกับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,0000 บาท : เป้าหมายการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้ความท้าทายและพลวัตที่เปลี่ยนแปลงไปของประเทศ”
โดยมีนายสมชาย หาญหิรัญ ประธานคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลังวุฒิสภา กล่าวรายงานว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการดำเนินโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ให้ประชาชนตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ในการเลือกตั้ง และแถลงต่อรัฐสภา โดยมุ่งหวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศทั้งในระยะสั้น คือ การเพิ่มเงินในระบบ ระยะกลาง คือ วางมาตรการและเงื่อนไขให้รัฐเก็บภาษีคืนได้ และระยะยาว คือ วางโครงสร้างพื้นฐานประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้จะต้องใช้วงเงินประมาณ 5 แสนล้านบาทในการดำเนินการ ในขณะที่นักวิชาการและอีกหลากหลายฝ่าย ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อนโยบายดังกล่าวในเชิงหลักการและข้อกฎหมายในประเด็นที่ว่า นโยบาย “เงินดิจิทัล 10,000 บาท” จะทำออกมาได้จริงหรือไม่ หากทำได้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้มากน้อยเพียงไร
สำหรับวิทยากรในการเสวนาฯ ครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก
1. นายพิชัย ชุณหวชิร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
2. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
3. นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร
4. นายธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเดีย เวิร์คส์ คอมมิวนิเคชั่น สถาบันไอเอ็มซี (IMC Institute) ดำเนินการเสวนา โดย นายอภิรักษ์ หาญพิชิตวนิชย์ จากสถานีโทรทัศน์ Thai PBS
ด้านนายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง และประธานกรรมการวิชาการของวุฒิสภา เป็นประธานในการเปิดการเสวนาในครั้งนี้ โดยเป็นที่ทราบแล้วว่า ในนโยบายหาเสียงเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลและได้แถลงต่อรัฐสภา คือ นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท โดยมีระบบบล็อกเชน (Blockchain) ที่เอื้อต่อการชำระเงินในรูปแบบใหม่ โดยมีความเห็นว่า ประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับนั้นน้อยกว่าต้นทุนที่เสียไปอย่างมาก นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างบรรทัดฐานให้มีการแจกเงินเพื่อกระตุ้นให้คนจับจ่ายใช้สอยในระยะสั้น ๆ โดยไม่คำนึงถึงวินัยและเสถียรภาพการคลังในระยะยาว
ดังนั้น วุฒิสภาในฐานะสถาบันการเมืองที่มีความเป็นกลาง จึงเป็นเวทีสำคัญในการจัดการเสวนาให้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ รวมทั้งระดมความคิดเห็น ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ และแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อันจะนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเสนอให้รัฐบาลต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews