“สุริยะ” เข้ากระทรวงวันแรก บอกต้องยึดนโยบายนายกฯ ต้องทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ต้องทำงานให้ได้ผลอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศที่กระทรวงคมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางมายังกระทรวงคมนาคมเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมด้วย นางมนพร เจริญศรี และ สุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยภายหลังสักการะสิ่งศักดิ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเข้าสู่หอประชุมเพื่อกล่าวต้อนรับและแสดงความยินดี
นายสุริยะ กล่าวขอบคุณรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมทั้งสองคน และที่ได้มีโอกาสเข้ามาที่กระทรวงคมนาคมเป็นวันแรก แต่เนื่องจากทางรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าถ้ารัฐบาลยังไม่ได้แถลงนโยบายทางตัวรัฐมนตรีไม่สามารถให้นโยบายกับทางเจ้าหน้าที่ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ที่เข้ามาก็เพื่อที่จะได้พบปะกับข้าราชการ เพื่อให้แต่ละคนให้บทบาทของแต่ละกลุ่มทำอะไรบ้าง
ซึ่งได้รับทราบและได้รับข้อมูลเป็นอย่างดีเพื่อเตรียมตัวไปชี้แจงแถลงนโยบายของรัฐบาล ในขณะเดียวกันตนได้คุยกับรัฐมนตรีทั้งสองคน และได้พูดถึงแนวทางในการทำงานของทั้งสามคน จะช่วยกันผลักดันอย่างไรให้ทางกระทรวงนั้นเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหาของรัฐบาลวันนี้ตนเชื่อว่ารัฐมนตรีอีกสองคนก็รู้สึกมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง แต่ในขณะเดียวกันความยินดีนั้นมาพร้อมกับภาระที่ประชาชนคาดหวังจากรัฐบาลเป็นอย่างมาก
“นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ก็ได้เน้นย้ำว่าทางรัฐมนตรีต้องทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ดังนั้นเราต้องรับนโยบายที่นายกรัฐมนตรีให้ไว้และได้กำชับกับทางข้าราชการให้ช่วยกัน ต้องทำงานให้ได้ผลอย่างรวดเร็ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือเรื่องของการท่องเที่ยวซึ่งกำลังจะมาอยู่ในฤดูท่องเที่ยว ตนต้องมากำชับอีกครั้ง
โดยเฉพาะช่วงฤดูการท่องเที่ยวที่จะถึงนี้จะทำอย่างไร ให้สำนักงานบริหารการบินพลเรือนเรื่องของการต่อรองสลอทอย่างไรให้เพิ่มเติมให้ได้ เพื่อจะทำให้มีสายการบินเข้ามาในประเทศไทยเยอะที่สุด อย่างที่ทราบว่าตอนนี้มีผู้โดยสารจำนวนมากที่จะเข้ามาในประเทศไทยแต่สลอทไม่พอ ซึ่งเรื่องนี้ก็คงต้องมีการคุยกันและต่อรองกันไป สิ่งหนึ่งที่ได้ทราบจากทาง ceo ของทางท่าอากาศยานว่าทางด้านของสลอทของกองทัพอากาศเองในช่วงเช้าเมื่อวานนี้ได้มีโอกาสได้เจอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ได้ฝากว่าลองคุยกับทางกองทัพถ้าเป็นไปได้ถ้ามีสลอทที่ทางกองทัพไม่ใช้ ถ้าอแบ่งส่วนนึงมาให้กับทางท่าอากาศยานไทย เราจะได้เที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น” นายสุริยะ กล่าว
ส่วนในระยะต่อไปที่ตนมองว่าประเทศไทยนั้นมีระบบโลจิสติกส์ที่ค่อนข้างสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศที่เจริญแล้ว ที่มีระบบโลจิสติกส์ประมาณ 9% ของจีดีพี แต่ประเทศไทยนั้นมี 15% สาเหตุหลักคือประเทศไทยใช้ระบบขนส่งทางบกเป็นหลัก แต่ทางอากาศ ทางน้ำเพียงแค่ 2% และส่วนโครงการใหม่ต้องรีบเสนอเข้าไป ส่วนในเรื่องของรถไฟขอนแก่นไปหนองคาย นายเศรษฐาจะมีการลงไปดูพื้นที่เอง ซึ่งเส้นนี้เป็นเส้นที่สำคัญเพราะว่าเราสามารถขนส่งสินค้าไปในระบบรางคือระบบที่ถูกที่สุดเราสามารถเข้าไปในลาวและส่งประเทศจีน
สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่ตนมีความตั้งใจเป็นอย่างมากและได้บอกกับหน่วยราชการต่างๆว่าตอนอยู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นเรื่องของบทบาทของการให้นโยบายอย่างเช่นเราจะคำนวณเป้าหมายอย่างไรกำหนดการท่องเที่ยวที่เป็นศักยภาพ แต่ในเรื่องของนโยบายตนไม่ถนัดเท่าไหร่เพราะตลอดที่ทำเอกชนมามีความรู้สึกเป็นปฏิบัติซึ่งกระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติจริงๆต้องทำให้เกิดผลได้ ซึ่งตนมองว่าการที่มาทำงานในครั้งนี้น่าจะสนุกสนานเพิ่มขึ้น ดีใจที่จะได้เข้ามาทำงาน ตนหวังว่าจะได้ช่วยในการประชาสัมพันธ์ต่างๆกับสิ่งที่ทางกระทรวงคมนาคม ตั้งเป้าหมายไว้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews