“ประเสริฐ” ยัน ส.ว.มีอิสระในการโหวต มองสถานการณ์เปลี่ยนจากครั้ง “พิธา” เชื่อยังมีความเห็นหลากหลาย
นายประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงการลงมติโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีวันนี้ว่า สว.เป็นอิสระในการแสดงความเห็นและอภิปราย โดยไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามีจำนวนเท่าใด เพราะเป็นเอกสิทธิ์ของ สว.ที่จะทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชน และเพื่อความมั่นคงของชาติ พร้อมยอมรับมีการพูดคุยกันบ้างในบรรดา สว. ซึ่งมองว่าสถานการณ์ขณะนี้แตกต่างจากการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
สมัยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ สว. ส่วนใหญ่เห็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่การโหวตเลือกครั้งนี้ ยังมีความเห็นหลากหลาย ส่วนหนึ่งอยาก จะเห็นในเชิงนโยบาย โดยเฉพาะ เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ที่เชื่อว่าฉบับปัจจุบันเป็นฉบับที่ดี มีการป้องกันทุจริตที่เข้มแข็ง ไม่เห็นควรแก้ไขทั้งฉบับ ถ้ามีโอกาสที่ สว. จะอยู่ทำหน้าที่ก็จะช่วยทำหน้าที่ในฝั่งของ สว.
นายประเสริฐ ยอมรับว่า มี สว.เป็น กลุ่ม แต่ไม่ได้กำหนดกฎเกณฑ์หรือว่าบังคับให้เลือกฝั่งหนึ่ง ฝั่งใด ด้วยวัยวุฒิและเกียรติคุณของสมาชิกวุฒิสภาเอง
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามี สว. 100 เสียงสนับสนุนนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากเพื่อไทยนั้น ยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ แต่เชื่อว่าเป็นการคาดเดาเหมือนครั้งที่แล้ว เลือกนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกลก็เป็นการคาดเดา เพราะได้เพียงไม่กี่เสียง ซึ่งการขับเคลื่อน ต้องขับเคลื่อนด้วยเป้าและชี้นำด้วยตัวเลข แต่ส่วนตัวเชื่อว่า ไม่สามารถกะเกณฑ์จำนวนได้ ไม่เคยได้ยิน สว.พูดถึงเรื่องตัวเลขจะโหวตสนับสนุน ทั้งนี้ เชื่อว่าถ้าไม่ติดในประเด็นใด ถ้าการโหวตนายกฯวันนี้ผ่านได้ประเทศจะได้มี นายกรัฐมนตรี
ส่วนกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับนายเศรษฐา นายประเสริฐ เชื่อว่าประชาชนจะมีคำถามในใจ แม้ว่าจะดีใจที่จะได้นักธุรกิจมาทำงาน แต่ก็กังวลใจว่าคนที่จะเป็นเบอร์ 1 ของประเทศ ถ้ามีปัญหาประชาชนก็คงมีคำถาม แต่บางคนอาจบอกไม่เป็นไร บางคนบอกว่าเป็นถึงผู้นำประเทศต้องกลับมาไตร่ตรองว่า ถ้าเป็นเช่นนี้จะต้องดูว่าอะไรที่เป็นในแง่ของจริยธรรม หรือนโยบายทางการเมือง จึงคาดเดาไม่ได้ว่าเพื่อนสมาชิกจะเลือกใครหรือจำนวนเท่าใด
สำหรับกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับไทยนั้น นายประเสริฐ เชื่อว่า จะไม่มีผลต่อการตัดสินใจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้ แต่อาจมีผลต่อ ความรู้สึกของคนไทยที่เป็นแฟนคลับ ซึ่งเมื่อกลับมาแล้วก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และเชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามครรลอง
โดยส่วนตัวมีความภาคภูมิใจว่าอดีตผู้นำประเทศ ที่มีคุณงามความดีให้กับประเทศ กลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย และขั้นตอนขอรับพระราชทานอภัยโทษ ถือเป็นตัวอย่างที่ดี และเชื่อว่าอดีตผู้นำประเทศ จะกลับมาสร้าง คุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติได้อีกมากมาย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews