“ยุทธพร”เห็นใจ กกต. คนกลางทางการเมืองไม่แปลกกลายเป็นตำบลกระสุนตก ชี้เลือกตั้งต้องยึดเจตจำนงของประชาชน
รศ.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ร่วมอภิปรายหัวข้อ “กกต.มีไว้ทำไม” โดยกล่าวว่า เราได้ยินมาก่อนเลือกตั้ง มีทั้งความรู้สึกเห็นใจและไม่แปลกใจ เข้าใจ กกต.ในฐานะคนกลางทางการเมือง หลีกไม่ได้กับสถานการณ์ทัวร์ลง เพราะการเลือกตั้งล่าสุดมีฐานมาจากความขัดแย้งทางการเมือง และขยายตัวมากขึ้นส่งผลให้มีการแบ่งขั้วทางการเมือง ทั้งการแบ่งขั้วทางอุดมการณ์ และการแบ่งขั้วทางอารมณ์ความรู้สึก กกต.จึงกลายเป็นตำบลกระสุนตก
รศ.ยุทธพร เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้น กกตเกิดจากรัฐธรรมนูญ 2540 เกิดตั้งคำถามถึงความไม่เป็นกลาง การเข้ามาครอบงำของระบบราชการ เป็นกระบวนการออกแบบสถาบันทางการเมืองที่เราเรียกว่าองค์กรอิสระ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เราตั้งองค์กรต่าง ๆ ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่เฉพาะ
รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 เน้นออกแบบสถาบัน ทางการเมือง เกิดองค์กรอิสระขึ้นเพื่อให้เกิดระบบรัฐสภาที่มีเหตุผล เพิ่มอำนาจการตรวจสอบนอกเหนือจากฝ่ายบริหาร ตอบคำถามสังคมได้ สะท้อนเจตจำนงประชาชน และไม่ได้อยู่ในเสียงข้างมากลากไป ทั้งนี้การที่ กกต.จะทำหน้าที่ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์จะต้องมีสังคมที่เป็นประชาธิปไตยและมีหลักนิติธรรม ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานในการสร้างประชาธิปไตยที่ตั้งมั่น
เราต้องทบทวนวิธีคิดซึ่งต้องนำไปสู่การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม เป็นการเลือกตั้งที่จะต้องยึดเจตจำนงของประชาชน เปิดโอกาสในการแข่งขันในสนามเลือกตั้งอย่างเสรี กฎหมายเลือกตั้งและพรรคการเมืองของไทยตั้งแต่อดีตมุ่งเน้นเพียงแค่การสร้างความเสมอภาคในระหว่างคู่แข่งขัน เช่น การควบคุมค่าใช้จ่าย และการใช้สื่อ เมื่อมีกระบวนการควบคุมกำกับมากเกินไปก็ทำให้พื้นที่การเลือกตั้งขาดความเป็นเสรี บ่อยครั้งถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง กกต.ในฐานะคนกลาง จึงต้องตอบโจทย์การพัฒนาการเมือง
1.เสถียรภาพทางการเมือง การเมืองต้องเปลี่ยนแปลงให้อยู่ใต้ครรลองประชาธิปไตย
2.ความชอบธรรมทางการเมืองการเข้าสู่อำนาจรัฐ โดยได้รับการยอมรับจากประชาชน
3.ประสิทธิภาพและประสิทธิผลทางการเมือง ทำให้ระบบรัฐสภามีเหตุผล
4.ความเป็นสถาบันทางการเมือง
5.ความทันสมัยทางการเมือง โดยใช้เหตุผลหลักนิติธรรมการมีส่วนร่วมและความเท่าเทียมกัน
รศ.ยุทธพร มองว่าระบบเลือกตั้งในปี 2566 เปลี่ยนเป็นระบบเสียงข้างมากผสม หรือบัตร 2 ใบ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญทางการเมือง ทำให้พรรคการเมืองใหญ่มีความได้เปรียบ กลไกที่เปิดให้ สว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีตามบทเฉพาะกาลมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดภาวะระบบรัฐสภาที่บิดเบี้ยว เพราะกระบวนการโหวตเลือกนายกฯ มีคนที่ถูกแต่งตั้งมาร่วมด้วย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews