“ราเมศ”แจงเหตุผลเลื่อนประชุมใหญ่เลือกหัวหน้าพรรค ปัด 16 ส.ส.ไปขอร่วมรัฐบาลเพื่อไทย ย้ำโหวตนายกฯต้องรอหารือเป็นมติ
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเหตุผลการเลื่อนการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคออกไป จากเดิมกำหนดวันที่ 23 ก.ค.นี้ เนื่องจาก มีการขอเพิ่มองค์ประชุม 5 ภาค ภาคละ 25 คน โดยนายวิรัช ร่มเย็น ในฐานะนายทะเบียนพรรค เป็นผู้เสนอขอเพิ่ม โดยวันนี้จะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อออกระเบียบวิธีการคัดเลือกสมาชิก มาเป็นองค์ประชุม ก่อนจะแจ้งให้สมาชิกพรรครับทราบไม่น้อยกว่า 5 วัน ก่อนประชุมใหญ่วิสามัญ พร้อมยืนยัน การเพิ่มองค์ประชุม เพราะอยากให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ส่วนที่มีรายงานข่าวว่า จะมีการได้เปรียบเสียเปรียบ ยืนยันว่า ไม่มี เพราะการเพิ่มองค์ประชุม รองหัวหน้าภาค จะไปคัดเลือก
ขณะเดียวกัน นายราเมศ ยังกล่าวถึง กรณีที่เพื่อไทย จะเสนอชื่อ นายเศษฐา ทวีสิน เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลว่า วงประชุม สส. พรรคได้มีการพูดกันเรื่องนี้ รวมถึงในส่วนของ กรรมการบริหารพรรคก็ยังไม่ได้คุยกัน ดังนั้น รายงานข่าวที่ระบุว่า 16 สส. ขอไปร่วมกับพรรคเพื่อไทย อ้างอิงถึงขั้วของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคฯ
ว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะพรรค ยังไม่ได้มีการพูดคุยว่าจะร่วมหรือไม่ร่วมกับพรรคเพื่อไทย และไม่มีใครตัดสินใจได้คนเดียว จะต้องเป็นการประชุมร่วมกันระหว่างกรรมการบริหารพรรค และ สส. ทั้ง 25 คน ซึ่งไม่อยากให้มีการรายงานข่าวลักษณะนี้ พรรคเสียหายและ ประชาชนสับสน พร้อมย้ำว่า ไม่มีใครใช้อำนาจพลการ ไปตกลงปลงใจว่า ร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล
นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอข่าว อ้างว่า เพจของพรรคโพสต์ว่า 16 สส. เขตภาคใต้ปันใจให้พรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่า เพจของพรรค ไม่เคยมีการโพสต์ลักษณะนี้ สส.พรรคทุกคน อยู่ภายใต้ข้อบังคับ และกฎเกณฑ์กติกาของพรรค ส่วนคาดว่าจะได้กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ก่อนจัดตั้งรัฐบาล หรือไม่นั้น มองว่า เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ต้องมีการเลือกให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด แต่ทุกอย่างต้อใเป็นไปอย่างรอบคอบ
นายราเมศ ยังกล่าวถึง กรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดต นายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ม.112 จะเป็นปัจจัยที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจยกมือให้หรือไม่ว่า พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนเรื่อง ม.112 มาโดยตลอด ซึ่งจะต้องมีการหารือกันในที่ประชุมของพรรคเพราะต้องมีรายละเอียดอีกเยอะ เพราะ การจะยกให้มือให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีต้องดูนโยบายว่าตรงกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่
ส่วนกรณี นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาระบุว่าหากพรรคก้าวไกล ถอยเรื่องการแก้ไข ม. 112 พร้อมยกมือสนับสนุนให้นั้น ตนไม่ขอก้าวล่วงว่าพรรคก้าวไกล ควรยกเลิกหรือถอยเรื่องการแก้ไข ม. 112 หรือไม่ แต่ส่วนตัว มองว่าพรรคก้าวไกลยังไม่มีท่าทีที่จะถอย ซึ่งหากมีประเด็นนี้ ก็จะต้องเข้าหารือในที่ประชุมอีกครั้ง
นายราเมศ ยังระบุอีกว่าที่ผ่านมามีการกดดันให้พรรคประชาธิปัตย์โหวต เลือกนายกให้พรรคก้าวไกล ตามเสียงข้างมากของประชาชน 14 ล้านคน ขอชี้แจงว่าจะคิดแบบนั้นไม่ได้ เพราะคนที่เลือกประชาธิปัตย์มาก็ชื่นชอบในอุดมการและนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นจะเลือกใครเป็นนายกฯ หรือ ร่วมรัฐบาลกับใคร ก็ต้องเคารพเสียงของประชาชนที่เลือกมาเช่นเดียวกัน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews