“ส.ว.คำนูณ” มอง แก้ 112 เป็นเรื่องอีกยาวไกล ขอ “พิธา”ยกเว้น-ถอยการแก้ไขไปก่อน ย้ำไม่อาจยอมรับได้ ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข
นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี โดยกล่าวถึงการแก้ไข ม. 112 ที่พรรคก้าวไกลเคยเสนอเมื่อปี 2564 โดยส่วนตัวค่อนข้างสบายใจ เมื่อวันที่ 8 พรรคจัดตั้งรัฐบาลเซ็น MOU กัน โดยมีกรอบแนวทางทำงานร่วมกัน 23 หัวข้อ เขียนหลักการว่า ทุกภารกิจของรัฐบาล ทุกพรรคที่จะกระทำนั้นต้องไม่กระทบกับรูปแบบของรัฐ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการดำรงค์อยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดไม่ได้ ซึ่งในแนวทางการทำงานที่ระบุไว้ 5 ข้อช่วงท้ายของ MOU
ฉบับนั้น ก็กล่าวไว้ชัดเจนว่า ทุกพรรคสามารถผลักดันนโยบายของตัวเองผ่าน ส.ส.พรรคตัวเองได้นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในกรอบ MOU 23 ข้อ สำหรับข้อ 5 เขียนไว้ดีว่า ต้องไม่ขัดแย้งกับนโยบายที่ MOU ฉบับนั้น นั่นหมายถึงว่า ไม่ขัดแย้งกับหลักการเบื้องต้นด้วย ซึ่งไม่กระทบกับสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ที่มาขอเสียงวันนี้ กลับยืนยันมาตลอดว่า จะเดินหน้าแก้ไข ม.112 ถือเป็นวินาทีย้อนแย้งทางประวัติศศาสตร์อย่างยิ่ง จึงขอถามกลับ 7 พรรคร่วม จะตีความอย่างไร นั่นหมายความถึง ไม่ว่าพรรคก้าวไกล จะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็จะเสนอในนามพรรคการเมือง ตนจึงรับไม่ได้กับหลักการนี้
สำหรับการแก้ไข ม.112 ตามแนวทางของพรรคก้าวไกล มีอยู่ คือ 1.ย้ายหมวด 2.งดโทษ 3.ยกเว้นความผิด 4.ยกเว้นโทษ 4.ให้เป็นคดีที่ยอมความได้ 5.และจำกัดผู้ร้องทุกข์ ซึ่งกระดุมเม็ดแรกที่กลัดผิด คือ ย้ายหมวด ที่ย้ายออกจากหมวดความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ เพราะเขียนถึงขั้นยกเลิก ม.112 ด้วยการสร้างหมวดใหม่ของพระมหากษัตริย์ ถือเป็นผลใหญ่หลวง จากความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ กลายมาเป็นความผิดในระนาบบุคคลธรรมดา ที่นำเอาหลักการหมิ่นประมาทของบุคคลธรรมดามาใช้กับพระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่ใช่หลักของรัฐธรรมนูญ
พร้อมย้ำว่า การแก้ไข ม.112 จะกระทบสถาบันพระมหากษัตริย์ และเสนอเหมือนเป็นการแก้รัฐธรรมนูญทางประตูหลัง กระทบกับรัฐธรรมนูญ ม.6 ที่เป็นการลดระดับสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน โดยเมื่อดูแนวทางและร่างแก้ไขของพรรคก้าวไกล เมื่อปี 2564 เป็นเหมือนการนิรโทษกรรมผู้ต้องหา จำเลย ที่ทำผิด ม.112 ทั้งหมด และจะเป็นการนิรโทษกับผู้ที่ทำผิด ม. 112 ทางประตูหลังก็เป็นได้
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตนรับฟังทุกฝ่าย ซึ่งได้มีการพูดคุยกับเพื่อนสมาชิก ส.ว.เห็นตรงกันและมองว่า การแก้ ม.112 ก็เป็นเรื่องอีกยาวไกล พร้อม ยอมรับ นายพิธา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตนมองมาตลอด 4 ปี และมีความเป็นผู้นำ สันทัดในการรุกได้ถอยเป็น ซึ่งตนในฐานะ ส.ว.ก็อยากให้เว้นหรือถอยเรื่องการแก้ไข ม.112 ได้หรือไม่ ดังนั้น ขอให้ก้าวไกลเคารพและเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของตน และส.ว.จำนวนหนึ่งด้วยว่า
ส.ว.ก็มีความคิด ความเชื่อ และมีอุดมการณ์ เช่นกัน และเชื่อได้ว่า คนไทยจำนวนไม่น้อย ก็ไม่ได้เห็นว่า ม. 112 เป็นเพียงกฎหมายมาตราหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมและทางจริยธรรมที่สืบทอดมายาวนานของสังคมไทย ที่แสดงให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างพระมหากษัตริย์และประชาชน ดังนั้น ตนไม่อาจยอมรับได้ ไม่เห็นด้วย และไม่อาจสนับสนุนแนวทางการแก้ไข ม. 112 ของพรรคก้าวไกล
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews