“ชาดา” ยันไม่หนุนพรรคแก้ 112 ลั่นหากไม่แตะภท.พร้อมโหวตให้

การเมือง ข่าว
“ชาดา” อภิปรายคนแรก ยันไม่สนับสนุนพรรคแก้ 112 ลั่นหากประกาศชัดว่าไม่แตะ 112 ภูมิใจไทยพร้อมโหวตให้ทันที โดยไม่มีข้อแม้ว่าต้องร่วมรัฐบาล

 

 

การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม โดยมีวาระสำคัญที่สำคัญในการพิจารณาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 หลังจากที่นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้วหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว โดยไม่มีคู่แข่ง จากนั้นประธานการประชุมได้เปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาได้อธิบายถึงคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี

 

 

เริ่มจากนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส. อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายด้วยน้ำเสียงดุดัน ขึงขัง โดยยืนยันหลักการไม่โหวตสนับสนุนพรรคการเมืองที่มีนโยบายในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งนายพิธา ได้ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่า ได้รับคะแนนเสียง ต้องทำด้วยเจตนาดีที่ดำรงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงต้องถามว่าอีก 7 พรรคการเมืองที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลมีความเห็นอย่างไร

 

 

หากเกิดการขอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แม้จะไม่มีอยู่ใน MOU ที่เซ็นร่วมกัน ตนจึงอยากฝากผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีว่า คนไทยไม่ได้มี 14 ล้านเสียง ไม่ได้มีแค่ 25 ล้านเสียง แต่ต้องเป็นนายกของคน 60 ล้านคน ต้องไม่เป็นนายกฯ ของพรรคใดพรรคหนึ่ง และ 14 ล้านเสียง ไม่ถึง 20% ดังนั้น อย่าหลงระเริงคำว่า 14 ล้านเสียง เพราะมันไม่ถึง 20% พร้อมตั้งคำถามว่า ตนไม่ทราบว่าพรรคก้าวไกลมองสถาบันอย่างไร ก่อนจะประกาศว่า หากประกาศชัดว่าไม่แตะมาตรา 112 พรรคภูมิใจไทยพร้อมจะออกเสียงโหวตสนับสนุนให้ทันที

 

 

ด้านนายประพันธุ์ คูณมี สมาชิกวุฒิสภา ลุกขึ้นอภิปราย ระบุว่า สมาชิกรัฐสภาต่างก็มีที่มาจากประชาชนแต่ต่างวิธีการ ยก ส.ส.มาจากการเลือกตั้ง ขณะที่ ส.ว. มาจากประชามติ จึงหวัง ส.ส. ให้ความเคารพต่อการโหวตของสมาชิกวุฒิสภาไม่ว่าจะออกมาในทิศทางใด

 

 

พร้อมหยิบยกเรื่องของคุณสมบัตินายพิธา อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเห็นว่าการเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพื่อให้ความเห็นชอบเป็นนายกปรากฏข้อเท็จจริงว่า ขัดต่อข้อบังคับว่า จะเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามไม่ได้ จึงตั้งข้อสังเกตว่าการส่งชื่อไปโดยชอบตามกฎหมายหรือไม่ และอ้างถึงกรณีที่ กกต. มีมติยื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ

 

 

เพื่อให้มีคำสั่ง วินิจฉัยตามมาตรา 82 ว่าสมาชิกภาพ ส.ส. ของนายพิธา สิ้นสุดลงตามมาตรา 101 ประกอบมาตรา 93 หรือไม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐสภาว่าจะพิจารณาว่าการเสนอชื่อนายพิธานั้นขัดต่อข้อบังคับและกฎหมายหรือไม่ รวมถึงมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามด้วยหรือไม่

 

 

สำหรับกรณีนี้เป็นปัญหาสำคัญที่สภาแห่งนี้ จะต้องพิจารณาให้ละเอียดทองแท้ว่าการเสนอชื่อบุคคลดังกล่าวชอบด้วยกฏหมายหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพกรณีการถือหุ้นสื่อหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าสมาชิกรัฐสภาควรใช้ดุลพินิจพิจารณา เมื่อขาดคุณสมบัติตามมาตรา 160 จึงไม่อาจเป็น บุคคลที่ถูกเสนองชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีได้ และอาจถูกดำเนินคดีได้ตามมาตรา 231 (1) รวมถึงขัดต่อประมวลจริยธรรม ส.ส.

 

 

ขณะเดียวกัน นายประพันธุ์ระบุวด้วยว่า ส่วน ส.ว. ที่จะลงมติในวันนี้มีปัญหาเรื่องของประมวลจริยธรรม การกระทำดังกล่าวรู้ในข้อเท็จจริงได้ว่าบุคคลที่ถูกเสนอชื่ออาจขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ย่อมเป็นที่รับฟังและยุตติว่าบุคคลที่ถูกเสนอชื่อขาดคุณสมบัติ จึงไม่เห็นด้วยและขอคัดค้านการเสนอชื่อนายพิธาเพื่อให้ความเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรี

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews