“วันนอร์” ย้ำไม่เห็นด้วยประชามติแยกดินแดน-จ้อฟ้อง “สนธิ”

การเมือง ข่าว
“วันนอร์” ย้ำ ประชาชาติ ไม่เห็นด้วยประชามติแยกดินแดน รับกำลังให้ทีมกฏหมายตรวจสอบ ฟ้อง “สนธิ” หมิ่นประมาท ย้อน หากตนเองเป็นกบฏ แบ่งแยกดินแดน ไม่จงรักภักดี คงไม่ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้แทน 11 สมัย

 

 

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ารับหนังสือรับรอง ส.ส.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงประเด็นที่ถูกพาดพิงเรื่องนโยบายชายแดนใต้ ในรายการสนธิทอล์ค ว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล พูดล่วงละเมิดตนเองและพรรคประชาชาติ ระบุว่าพรรคประชาชาติสนับสนุนการทำประชามติแบ่งแยกดินแดนของนักศึกษา

 

 

จึงจำเป็นจะต้องฟ้องประชาชน เราเพียงแต่ได้รับเชิญให้ไปพูดคุยทางวิชาการในมหาวิทยาลัย ส่วนเรื่องการทำประชามติเป็นเรื่องกิจกรรมของนักศึกษา เราไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการทำประชามติแบ่งแยกดินแดน เพราะขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ เราเป็นพรรคการเมืองต้องเคารพ และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัดฉะนั้นจะสนับสนุนหรือส่งเสริมอย่างที่นายสนธิกล่าวไม่ได้

 

 

“ขออย่าพูดว่า ผมสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน และหากแบ่งแยกดินแดนได้สำเร็จ ผมจะเป็นผู้ปกครองสามจังหวัด เป็นการโกหกโดยสิ้นเชิง คุณสนธิอาจจะโง่หรือแกล้งโง่ ผมตั้งพรรคการเมืองต้องการจะเล่นการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผมเป็นประธานรัฐสภาในสมัยที่มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน จะสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน เป็นขบถอย่างที่คุณสนธิว่าไม่ได้”

 

 

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวต่อว่า ส่วนข้อกฎหมายจะดำเนินคดีหมิ่นประมาท หรือพูดเท็จ กำลังให้ทีมกฎหมายของพรรคพิจารณาก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขอความเป็นธรรมให้กับตนเองในฐานะเล่นการเมืองมา 44 ปี หากตนเองเป็นกบฏ เป็นคนแบ่งแยกดินแดน เป็นคนไม่จงรักภักดี คงไม่ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้แทน 11 สมัย ตนเองเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บริหารประเทศทั้ง 77 จังหวัด ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปกครองสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งหมดเป็นการกล่าวหาให้ตนเองเสียหาย

 

 

อยากให้ประชาชนพิจารณาว่า ระหว่างคนที่ได้รับเลือกให้เป็นประธานสภาฯ นำรัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยมาสู่ประเทศ กับคนที่ยุยงผู้อื่นให้เดินประท้วงจนเป็นเหตุให้เกิดการยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตย ไม่ใช่กบฏมากกว่าหรือ

 

 

นายวันมูหะมัดนอร์ ระบุว่า หากนายสนธิมีหลักฐานชัดเจนก็ขอให้ไปฟ้องร้อง ตนเองจะสู้ให้ถึงศาลฎีกา เพื่อให้รู้ว่าคนที่ทำการเมืองเพื่อประชาชน กับคนที่ใส่ร้ายคนอื่น ใครจะติดคุกก่อน อยากให้นายสนธิมองในแง่ของคุณธรรม เพราะเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง นายสนธิบอกว่าเคร่งศาสนา แต่การกล่าวหาคนว่ากระทำความชั่ว กระทำความผิดโดยที่เขาไม่ได้ทำ มันบาปเท่ากับการฆ่าคน พระเจ้าจะไม่ให้อภัย หากกล่าวหาโดยไม่เป็นจริง

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews