มท.1 เปิดศูนย์ปลอดภัยทางถนนสงกรานต์ปี 66 เน้นย้ำสร้างการรับรู้ รณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ชมแคมแปญ ดื่มไม่ขับ กรึ่มๆก็ถึงตาย หวังช่วย ปลุกจิตสำนึกได้ ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุเฉลี่ย 3 ปี ย้อนหลัง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์พ.ศ. 2566 และเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนครั้งที่1/2566 ภายใต้แนวคิด ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ

เพื่อให้ประชาชนเดินทางในช่วงวันหยุดสงกรานต์อย่างสุขใจห่างไกลอุบัติเหตุ โดยจะคุมเข้ม 7 วันแห่งความปลอดภันทางถนน ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.66 จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และกวดขันพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่อย่างจริงจังและต่อเนื่อง
รวมถึงเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงในทุกรูปแบบโดยเฉพาะการขับรถเร็วการดื่มแล้วขับ และการไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย การดำเนินการมาตรการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ตลอดจนการจัดหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หน่วยกู้ชีพกู้ภัยและเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมช่วยเหลือ ณ จุดเกิดเหตุและส่งต่อผู้ประสบอุบัติเหตุอย่างรวดเร็ว ซึ่งปี66 มีเป้าหมายลดจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บ ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับ สถิติในช่วงเทศกาลเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง

พล.อ.อนุพงษ์ ยังกล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนบางส่วนได้ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาแล้ว ดังนั้นนอกจากถนนสายหลักที่ต้องดูแล และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ยังคงต้องดูแลบนถนนสายรองในแต่ละชุมชน ซึ่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้มีการบูรณาการร่วมกัน ตั้งด่านชุมชนบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เน้นไปที่รถจักรยานยนต์ และพื้นที่ที่มีการจัดงานถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญเพราะมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุมาก

นอกจากนี้พล.อ.อนุพงษ์ ยังได้ชื่นชมแนวคิดการประชาสัมพันธ์ ของสสส. ที่ออกแคมแปญ “ ดื่มไม่ขับ กรึ่มๆก็ถึงตาย “ เพราะ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์เพียงเล็กน้อยก็ส่งผลต่อ ประสิทธิภาพในการขับรถ จึงขอให้สื่อช่วยกันประชาสัมพันธ์ ดื่มไม่ขับ พร้อมกันนี้ยังฝากให้ประชาชนใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะในจุดทางร่วมทางแยก ที่มีการเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews