“รังสิมันต์” รออัยการชัดเจนคดี “ส.ว.ทรงเอ”ในสิ้นเดือนนี้ ขอย่าปล่อยให้เงียบเหมือนหลายๆ คดี ย้ำจุดยืนก้าวไกล แคนดิเดตนายกฯต้องลงส.ส.
นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล แถลงข่าวถึง ความคืบหน้าการดำเนินคดี นายอุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ปรากฏเกี่ยวกับขบวนการของ ทุน มิน ลัต ว่า ล่าสุดทาง ส.ว.คนดังกล่าวได้มีการดำเนินคดีกับทาง พ.ต.ท.มานะพงศ์ วงศ์พิวัฒน์ ซึ่งเป็นตำรวจที่ทำคดีนี้ ในลักษณะที่พยายามดำเนินคดีตามกฎหมาย กับ ส.ว.คนดังกล่าว ในเรื่องการใช้เอกสารหลักฐานที่มีการแปลความเป็นเท็จ โดยนำไปยื่นขอหมายจับต่อศาล ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ประเด็นแรกคือ ส.ว.รู้ได้อย่างไรว่า เอกสารที่ พ.ต.ท.มานะพงศ์ ไปยื่นต่อศาลมีอะไรบ้าง
โดยทั่วไปคนที่จะรู้มี 2 คนคือตำรวจที่ไปยื่นและศาลเท่านั้น ดังนั้นเรื่องนี้ สะท้อนว่ามีคนที่อยู่เบื้องหลังและให้ความช่วยเหลือ ส.ว.คนนี้ และอีกเรื่องคือตำรวจที่ต้องการปิดคดีจะต้องถูกดำเนินคดีเสียเอง สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าวันนั้น การถอนหมายไม่เกิดขึ้น ถ้าปล่อยให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ตำรวจน้ำดีที่ไหนจะกล้าทำคดีแบบนี้อีก
ท้ายที่สุด เชื่อมั่น ว่า พ.ต.ท.มานะพงศ์ จะสู้คดีได้ และเชื่อว่าพยานหลักฐานต่างๆ ที่มีการทำหน้าที่ด้วยเจตนาบริสุทธิ์จะเป็นเกราะคุ้มกันตัวเขาเอง แล้วเรื่องนี้ทางศาลควรจะออกมาชี้แจงด้วยว่าตกลงแล้วมีใครเอาข้อมูลที่มีการคุยกันระหว่างตำรวจและผู้พิพากษาไปบอกส.ว.คนนี้ด้วยหรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะเอาหลักฐานมาจากไหนในการแจ้งความ ทั้งนี้ยังรอคอยความชัดเจนจากทางอัยการสิ้นเดือนนี้ อย่าปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไป เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับคดีดังๆ หลายคดี
ส่วน ที่ส.ว.คนนี้บอกวว่า พยานหลักฐานที่มีการแปลไม่ถูกต้อง นั้นจากที่ตนตรวจสอบหลักฐานที่มีการคุยกันเป็นข้อความแชท การอ้างว่าแปลผิดไม่ใช่สาระสำคัญ ที่จะนำไปสู่การไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือการฟอกเงิน เป็นกรณีที่สามารถดำเนินคดีกับ ส.ว.คนนี้และออกหมายจับได้ หวังว่าความยุติธรรมจะเกิดขึ้นจริง ขออย่าไปมองว่าเขาเป็นใคร เขาเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งที่สามารถถูกดำเนินคดีได้ ตนจึงอยากให้อัยการคิดถึงเรื่องนี้ให้ดี
พร้อมกันนี้ นายรังสิมันต์ กล่าวถึง กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไม่ได้มีรายชื่อยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรครวมไทยสร้างชาติว่า พรรคก้าวไกลให้ความสำคัญ คนที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส. เพราะเมื่อการต่อสู้ในปี 2535 จนเกิดรัฐธรรมนูญปี 40 ซึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ได้ระบุ สาระสำคัญ คือนายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส. แต่เมื่อมีรัฐธรรมนูญ 60 เป็นรัฐธรรมนูญ
ที่มาจากเผด็จการ สร้างหลักการที่ผิด ไม่ได้บรรจุว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็น ส.ส.คิดว่าถ้าเราอยากสร้างการเมืองให้เข้มแข็งถูกต้องอีกครั้ง พรรคก้าวไกลจึงยืนยันว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็น ส.ส.เช่นกัน ดังนั้น พรรคก้าวไกลจึงขอยืนยันกับประชาชนว่าคนที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกลคือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะเป็นบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 อย่างแน่นอน เพื่อที่ว่านายพิธาจะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ด้วยตามเจตจำนงในการต่อสู้ที่เคยมีในปี 2535
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews