พล.อ.ประวิตร เปิดงานสัมนา “ลดความเสี่ยงเดิม ป้องกันความเสี่ยงใหม่ สู่สังคมเท่าทันภัยด้วยแผน ปภ.ชาติ”
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (กปภ.ช.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเชิงวิชาการ “ลดความเสี่ยงเดิม ป้องกันความเสี่ยงใหม่ สู่สังคมเท่าทันภัยด้วยแผน ปภ.ชาติ” สร้างการรับรู้และความเข้าใจในแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.64-70 เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนกลไกการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยตามแผน ปภ.ชาติฉบับใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (ปภ.) ร่วมพิธีเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษ
โดยพล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการจัดการสาธารณภัยที่เป็นเอกภาพและมีมาตรฐาน เพื่อสร้างความปลอดภัยอย่างยั่งยืนกับประชาชนชาวไทย ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 ซึ่งเป็นกฎหมายหลักในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศ รวมถึงแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.64-70
ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติแผน ปภ.ชาติ ฉบับดังกล่าวเมื่อวันที่ 5 ก.ค.65 โดยแผนฉบับนี้ถือเป็นกรอบแนวคิดหลักในการบริหารจัดการสาธารณภัยของประเทศไทย ภายใต้แนวคิดการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยแบบอัจฉริยะ (Resilience by Smart DRM for 3s: SEP – SDGs – SFDRR) ที่มุ่งเน้นการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยตามหลักสากลและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม
ครอบคลุมวงจรการเกิดสาธารณภัยในทุกมิติ โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแผนฯ และจัดทำแผนปฏิบัติการรองรับการขับเคลื่อนในแผนปฏิบัติราชการประจำปี รวมถึงให้สำนักงบประมาณและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณสำหรับดำเนินการจัดการสาธารณภัยตามแผนฯ ซึ่งได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และแนวทางการจัดการสาธารณภัยภายใต้แผน ปภ.ชาติฉบับใหม่ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างประเทศไทยให้มีความมั่นคงอย่างปลอดภัยและยั่งยืน
ด้านพล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้บูรณาการกับทุกหน่วยงานดำเนินการปรับปรุง ทบทวน และนำบทเรียนภารกิจด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในช่วงที่ผ่านมา มาพัฒนาแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงภัยและบริบททางสังคม ซึ่งสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมและครอบคลุมการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยในทุกมิติ หัวใจสำคัญของแผน ปภ.ชาติ ฉบับใหม่นี้
ได้กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกเป็นภาคการพัฒนาได้กำหนดยุทธศาสตร์ที่มุ่งลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยอย่างมีประสิทธิภาพ และส่วนที่สองเป็นภาคการปฏิบัติ ได้ให้ความสำคัญกับการจัดการสาธารณภัยในภาวะฉุกเฉินรวมถึงการฟื้นฟูให้มีมาตรฐาน บนแนวคิดการพัฒนาให้ดีกว่าและปลอดภัยกว่าเดิม ซึ่งได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลักในการบูรณาการขับเคลื่อนแผน ปภ.ชาติ
ในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะการจัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และให้ความสำคัญกับการจัดฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้การจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยเป็นระบบ มีมาตรฐาน และตอบโจทย์การสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทุกภาคส่วนล้วนเป็นพลังที่จะขับเคลื่อนให้งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศมีประสิทธิภาพ และมุ่งสู่การสร้างสังคมไทยให้สามารถลดความเสี่ยงเดิมและป้องกันความเสี่ยงใหม่จากสาธารณภัยได้อย่างยั่งยืน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews