“สันธนะ”โชว์หลักฐาน”ชูวิทย์”ตบแต่งบัญชีบริษัทเลี่ยงจ่ายภาษีเป็นร้อยล้าน เชื่อมีแบ็คใหญ่หนุนหลังให้แฉทุนจีนสีเทา -แจ้งความเอาผิดแล้ว 9 คดี
นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล นำเอกสารการเงินงบดุลธุรกิจของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง และเอกสารสำเนาโฉนดที่ดินที่บริษัทดังกล่าวถือครองมาแสดง เพื่อตั้งข้อสงสัยว่านายชูวิทย์ มีการจ่ายภาษีถูกต้องหรือไม่ โดยระบุว่าประชาชนใต้รัฐธรรมนูญมีหน้าที่ต้องเสียภาษีอากรถูกต้องตามกฎหมาย
หากนายชูวิทย์บอกว่าเป็นคนดี ได้เสียภาษีครบหรือไม่ กับรายได้จากธุรกิจอาบอบนวด 6 แห่งที่เคยทำมา ก่อนจะเปลี่ยนมาทำธุรกิจอื่น ซึ่งธุรกิจใหม่นี้ก็ตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการซุกซ่อนอะไรไว้หรือไม่ ซึ่งตนเองทราบว่ามีการนำที่ดินไปต่อรองผลประโยชน์บางอย่าง นอกจากนี้ยังพบว่างบดุลบัญชีของบริษัทนายชูวิทย์ ขาดทุนตั้งแต่ปี 2543 แต่บริษัทกลับให้กรรมการบริษัทยืมเงินระยะยาว กว่า 400 ล้านบาท ซึ่งผิดปกติ เป็นการถ่ายเงินกันเอง ซึ่งตนเองสงสัยว่าเป็นการเลี่ยงภาษีหรือไม่ ซึ่งหลังจากนี้จะยื่นเอกสารทั้งหมดให้อธิบดีกรมสรรพากร ตรวจสอบบัญชีและการจ่ายภาษีกลุ่มธุรกิจของนายชูวิทย์ทั้งหมด
นอกจากนี้ นายสันธนะ ยังนำรูปที่อดีตผู้บัญชาการทหารบกไปร่วมงานแต่งลูกชายของนายชูวิทย์ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความใกล้ชิดกัน และสันนิษฐานว่าบุคคลในภาพเป็นผู้ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังนายชูวิทย์ เนื่องจากกระแสสังคมมีการสร้างวาทกรรมให้ตนเองเป็นคนขายชาติ ตนเองจึงเชื่อว่าการเคลื่อนไหวของนายชูวิทย์ มีเจตนาแอบแฝงการขับเคลื่อนทางการเมือง นายสันธนะ ยังยืนยันว่าตนเองอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนนำเสนอข้อมูล เพียงแต่วิธีการนำเสนออาจไม่หวือหวาเหมือนนายชูวิทย์
ส่วนที่นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท CEO กองสลากพลัสถามว่าตนเองไม่มีอำนาจในการตรวจสอบนั้น ก็ยืนยันว่าตนเองดำเนินการตรวจสอบในฐานะพลเมืองตามรัฐธรรมนูญ และท้าให้นอทไปออกรายการทีวีด้วยกัน ซึ่งหากตนเองหาหลักฐานเอกสารการเงินบริษัทของนอทมาได้ นอทต้องจ่ายเงิน 200 ล้านบาทให้กับตนเอง
ส่วนกรณีที่นายชัยณัฐร์กรณ์ ชายานันท์ หรือ ตู้ห่าว ถูกดำเนินคดีจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยื่นประกันตัว นายสันธนะ จึงมองว่า นายตู้ห่าว ไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่มีโอกาสได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนเลย ส่วนนายจ้าวเหว่ย เจ้าของคาสิโนคิงส์โรมันใน สปป. ลาว หนึ่งในนักธุรกิจสีเทาที่นายชูวิทย์ออกมาแฉว่ากลุ่มธุรกิจสีเทาในไทยได้ส่งเงินให้จ้าวเหว่ยนั้น นายสันธนะบอกว่าอาจจะไม่เป็นความจริง เพราะตอนนี้คิงส์โรมันได้มีนายทุนสิงคโปร์เข้าไปเช่าบริหารระยะยาวและเปลี่ยนชื่อไปแล้ว ซึ่งหากเชื่อมโยงกับสิ่งผิดกฎหมายจริง กฎหมายสิงคโปร์ที่ค่อนข้างรุนแรงต้องมีการดำเนินคดีกับนักธุรกิจคนดังกล่าวไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีคดีที่ตนเองร้องทุกข์กล่าวโทษนายชูวิทย์แล้ว 9 คดีส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับพาดพิงและหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และเตรียมจะแจ้งความดำเนินคดีอีก 1 คดีเร็วๆนี้ เบื้องต้นตั้งข้อสังเกตว่าการที่นายชูวิทย์ไปมอบแบร์ริเออร์ให้กับ สน.ทองหล่อนั้น ตนเองก็เกรงว่าอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรมทางคดี เพราะตนเองมีคดีความกับนายชูวิทย์ ที่สน.ดังกล่าวด้วย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews