“วิญญัติ” แจงขั้นตอนกฎหมาย “ยิ่งลักษณ์” ยังไม่มีความผิด คดีย้าย”ถวิล” เตรียมยื่นพยานหลักฐานหักล้าง ย้ำการแต่งตั้งโยกย้ายทำทุกรัฐบาลผ่าน ครม.แต่ ปปช.เลือกชี้มูลคนเดียว
นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนางสาวยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ออกหมายจับ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คดีสั่งย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรีว่า สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาต่อหน้าจำเลย เป็นสิทธิในการต่อสู้คดีอาญาของจำเลย สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและการเมือง ค.ศ. 1996 (ICCPR)
แต่ปัจจุบันสิทธิดังกล่าวถูกฝ่าฝืนโดยรัฐ มีการออกกฎหมายหรือแก้ไขกฎหมายให้เป็นข้อยกเว้นหลักการนี้โดยให้มีการพิจารณาลับหลังจำเลยได้ นั่นคือ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 28
ซึ่งส่วนตัวมองว่าขัดต่อสิทธิของจำเลยในคดีอาญาที่จะได้รับการพิจารณาต่อหน้าจำเลย ซึ่งกฎหมายเช่นนี้ออกมาภายหลังมีการยึดอำนาจทำรัฐประหารของ คสช. บางคนอาจมองว่าเป็นการรับรองหลักให้พิจารณาคดีลับหลังเป็นการเฉพาะหรือไม่ก็ได้
แม้จะบอกว่านำมาใช้กับระบบไต่สวน ที่ใช้ในศาลฎีกาคดีการเมืองเท่านั้นก็ตาม แต่ระบบไต่สวนและระบบกล่าวหามีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาความจริงในคดี จึงต้องอยู่บนพื้นฐานของการประกันสิทธิเสรีภาพของผู้กล่าวหาและเปิดโอกาสให้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่
ส่วนการออกหมายจับจำเลยที่ไม่มาศาล นายวิญญัติกล่าวว่า ถือเป็นกระบวนการของวิธีพิจารณาความอาญาฯคดีนักการเมือง อันเป็นกระบวนการปกติตามกฎหมายดังกล่าว แต่ก็มิได้หมายความว่า ศาลออกหมายจับเพราะตัดสินแล้วว่าจำเลยได้กระทำความผิด ดังนั้น คดีนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงยังถือว่าไม่มีความผิดตามฟ้อง เป็น “หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์”
จำเลยก็มีสิทธิที่จะแต่งตั้งทนายความเข้าไปต่อสู้คดี โดยทีมทนายได้ขอยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 60 วัน และจะได้ระบุพยานเอกสารและพยานบุคคลเข้าไปหักล้างพยานตามสำนวนที่ได้จากการไต่สวนของ ป.ป.ช. ว่าการโยกย้ายเป็นกระบวนการของมติ ครม. และการย้ายข้าราชการในตำแหน่งนี้ รัฐบาลอื่นๆ ก็ทำกันมาตลอด ส่วนตัวขอตั้งข้อสังเกตถึงการไต่สวนของ ป.ป.ช.ที่ชี้มูลความผิดเพียงนางสาวยิ่งลักษณ์
นั้น มีความชอบธรรมหรือไม่ และเป็นดุลพินิจที่ไม่เป็นธรรมกับท่านอดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ทั้งนี้ ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้ต่อสู้ข้อกล่าวหานี้มาในชั้นไต่สวนข้อเท็จจริง และในชั้นศาลฎีกาฯ จะนำข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นว่ากรณีที่เกี่ยวกับการโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี
มิใช่เจตนาให้นายถวิลได้รับความเสียหาย และความเป็นนายถวิล ที่มีทัศนคติทางการเมืองเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และเป็นกรรมการ ศอฉ.เข้าใช้อำนาจสั่งการ ให้กองทัพใช้อาวุธสงครามกระสุนจริงปราบปรามประชาชนที่ชุมนุมทางการเมือง ย่อมเป็นสิ่งที่รัฐบาลได้คำนึงถึงความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews