“วิษณุ”รับสามารถยืมเงินครม.ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกก่อนได้ แล้วใช้คืน แต่ไม่ควรใช้งบกลาง เห็นควรให้แก้กฎ must have must carry เพื่อให้เกิดความคล่องตัว
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงการใช้งบประมาณในการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกว่า ในอดีตเคยมีการของบประมาณจากรัฐบาลไปจ่ายค่าลิขสิทธิ์แต่ขณะนี้เห็นว่า ยังไม่ควรเนื่องจากมีความจำเป็นอย่างอื่นที่จะต้องใช้งบประมาณ โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดเหตุภัยธรรมชาติที่ยังคาดการณ์ไม่ได้
นายวิษณุ ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นถึงแนวทางออกของการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. ในการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลก แต่?ไม่ยืนยันว่า จะสามารถนำเงินกองทุนของกกท.มาใช้จ่าย ค่าลิขสิทธิได้หรือไม่ซึ่งจะต้องชั่งน้ำหนักดู หรือ จะมีเรื่องอื่นที่มีความจำเป็นมากกว่า แต่เรื่องการ ถ่ายทอดสดการแข่งฟุตบอลเป็นเรื่องการตอบสนองเฉพาะคนที่อยากดูว่าจะคุ่มค่าหรือไม่หากค่าลิขสิทธิ์ไม่แพงก็อาจจะคุ้ม แต่ยอมรับว่าในราคา 1,600 ล้านบาทนั้นแพงไปหน่อย ซึ่งเคยได้ยินมาว่าต่างประเทศทำได้ถูกกว่านี้
นายวิษณุ กล่าวถึงกระแสข่าวว่าจะมีการเสนอยืมเงินต่อ ครม. บางส่วนแล้วหากได้ค่าสปอนเซอร์แล้วมาใช้คืนนั้น ยอมรับว่า มีเป็นไปได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด แต่อย่างเพิ่งถามว่ายืมจากไหนอะไรอย่างไรและไม่ควรใช้เงินจากงบกลาง ทั้งนี้ไม่ทราบว่าจะมีกองทุนอื่นมาอุดหนุนอีกหรือไม่ ตนเองไม่แน่ใจ ว่ากองทุนกีฬาจะใช้ได้หรือไม่และตนไม่รู้ปัญหาทั้งหมด หรือจะสามารถจัดการปัญหาได้แล้วเสร็จก่อนที่จะเริ่มการแข่งขันฟุตบอลโลกหรือไม่ ส่วนคนที่จะหยิบยกขึ้นมาหารือใน ครม.นั้นหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า อาจจะมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านกีฬาเสนอหารือในที่ประชุม
นอกจากนี้ นายวิษณุ ยังกล่าวถึง กฎ must have must carry หรือเงื่อนไขการถ่ายทอดของ กสทช. ที่เอกชนไม่สามารถเข้าถึงได้ โดยจะต้องมีการสังคายนาหรือไม่นั้นว่า เคยมีคนพูดถึงมาหลายปีแล้วว่าจะต้องสังคายนา แต่ส่วนตัวไม่ได้ศึกษาในรายละเอียดเรื่องนี้ และในสมัยที่ตนเคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบ? กสทช. ยุค คสช. เคยติดว่าต้องมีการปรับแก้ให้เกิดความคล่องตัว ซึ่งคงค้องไปถามกสทช. ว่าทำไม่ได้หรือไม่ควรทำ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews