“สันติ” แจงท่อน้ำ EEC ฟาด “ยุทธพงศ์” รับงานอีสท์วอเตอร์

การเมือง ข่าว
“สันติ” ชี้แจงปมท่อน้ำ EEC ฟาดกลับ “ยุทธพงศ์” รับงานอีสท์วอเตอร์ หรือไม่ หวิดวุ่นสัญญาณเตือนไฟไฟม้ดังลั่นห้องประชุม ก่อนสุชาติแจงระบบน้ำมีปัญหา ไม่ต้องตกใจ

 

 

 

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะกำกับกรมธนารักษ์ และคณะกรรมการที่ราชพัสดุ ลุกขึ้นชี้แจงหลังนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจกรณีท่อส่งน้ำของภาคตะวันออกหรือ EEC ว่า เดิมทางบริษัทอีสท์วอเตอร์บริหารอยู่ ซึ่งบริษัทอีสท์วอเตอร์เกิดจากความหวังดีของรัฐบาลตั้งแต่สมัยพ.ศ.2535 หรือเมื่อ 30 ปีที่แล้ว สมัยนั้นคณะรัฐมนตรีได้ดำเนินการจัดตั้งบริษัทส่งน้ำภาคตะวันออกให้ดูแลบริหารจัดการน้ำ

 

โดยมอบให้การประปาส่วนภูมิภาคดูแล จากนั้นบริษัทอีสท์วอเตอร์เมื่อจัดตั้งขึ้นภาครัฐถือหุ้น 100% ถือว่าเป็นรัฐวิสาหกิจที่เข้าไปดำเนินการดูแลในเรื่องการจัดส่งน้ำเพื่ออุปโภค บริโภคอุตสาหกรรม ให้กับประชาชนภาคตะวันออก ต่อมาจะมีการแปลงบริษัทอีสท์วอเตอร์หรือบริษัทส่งน้ำทางภาคตะวันออกให้เป็นบริษัทเอกชน ให้เอกชนถือหุ้นประมาณ 50%

 

โดยการประปาส่วนภูมิภาคถือหุ้น 40% และมีการนิคมถือหุ้นอีกเล็กน้อย ขณะนี้เป็นบริษัทเอกชนโดยสมบูรณ์ และเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เพราะฉะนั้นต้องแข่งขันกันตามปกติ ดังนั้นบริษัทอีสวอเตอร์มีสัญญากับกรมธนารักษ์ในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนที่ 1 ได้เซ็นสัญญาตั้งแต่ปี 57 จะสิ้นสุดสัญญาในปี 66 ส่วน อีก 2 ส่วนที่ได้รับมอบจากกรมชลประทานและกรมโยธาธิการไม่ได้มีการเซ็นสัญญากับกรมธนารักษ์ตั้งแต่สมัยที่กรมธนารักษ์ได้รับมาจากกรมโยธาธิการ และกรมชลประทานเป็นการให้เช่าบริหารไปพลางก่อน

 

ดังนั้นกรมธนารักษ์จึงได้จ้างให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นที่ปรึกษา และรับในการไปศึกษาเรื่องของการบริหารจัดการน้ำเรื่องผลประโยชน์ และเรื่องต่างๆที่จะมารวบรวมเพื่อทำ TOR ในครั้งนี้ ซึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีความเชี่ยวชาญเรื่องน้ำ เรื่องชลประทาน และเมื่อได้ศึกษาโครงการอย่างครบถ้วน และรอบคอบแล้ว ได้มีข้อเสนอแนะในการศึกษาว่าแนวทางที่ควรจะดำเนินการเรื่องของท่อส่งน้ำทั้งหมดของภาคตะวันออกควรจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความรัดกุมในการส่งน้ำ ส่งผ่านการดูและบริหารจัดการน้ำเพื่อไม่ให้ EEC

 

ทางภาคตะวันออกซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีความสำคัญเกิดความเสียหายและเกิดความขาดตอนต่อเนื่อง จึงได้กำหนดเป็น 4 แนวทาง วิธีที่ 1 คือการประมูล วิธีที่ 2 คือวิธีการยกเว้นการประมูลโดยวิธีจำเพาะเจาะจงเลือกเอกชนรายใดรายหนึ่ง วิธีที่ 3 ยกเว้นการประมูลโดยใช้วิธีคัดเลือกเอกชนอย่างน้อย 3 ราย และวิธีที่ 4 แนวทางการดำเนินการอื่นๆในการบริหารจัดการน้ำสายหลักในภาคตะวันออกที่จะเป็นไปได้ในอนาคตเช่นรัฐดำเนินการเอง

 

ซึ่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้มีข้อแนะนำให้กรมธนารักษ์ใช้แนวทางที่ 3 เป็นวิธียกเว้นการประมูลโดยวิธีการคัดเลือกเอกชน 3 รายและให้มีการกำหนดเงื่อนไขประกอบการเจรจาที่จะเป็นประโยชน์ต่อภาครัฐในกระบวนการคัดเลือกเพื่อให้เกิดการแข่งขันระหว่างเอกชน ดังนั้นจึงได้ไปขอการอนุมัติในการดำเนินการตามที่มหาวิทยาลัยเกษตรได้มีข้อเสนอแนะ

 

และกรมธนารักษ์ได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการในการคัดเลือกและท้ายที่สุดได้มีการเปิดโอกาสให้ยื่นข้อเสนอในเรื่องของกรมธนารักษ์ได้กำหนดวัตถุประสงค์ในการดำเนินการโครงการไว้อย่างชัดเจนในเอกสารของการคัดเลือกเพื่อให้เอกชนสามารถที่จะจัดการดูแลบำรุงรักษาท่อส่งน้ำภาคตะวันออกให้สามารถตอบสนองในความต้องการของชุมชนและนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกได้ ดังนั้นจึงได้มีการเปิดการ ประกวดราคา

 

โดยภายหลังการชี้แจงของนายสันติ นายยุทธ์พงศ์ได้ลุกขึ้นแย้ง และบอกว่านายสันติไม่ยอมตอบคำถามของตน คือ ทำไมต้องใช้วิธีการคัดเลือก นี่คือสิ่งที่ตนต้องการคำตอบ โดยนายสันติ ระบุว่า เรื่องการไม่เปิดประมูลส่วนนี้เป็นที่ของราชพัสดุต้องใช้พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุว่าด้วยการหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุโดยตนได้อธิบายตั้งแต่ต้นแล้วว่าโครงการนี้มีความสำคัญต่อผู้ใช้น้ำในพื้นที่ตะวันออกทางกรมธนารักษ์

 

จึงได้ตั้งคณะกรรมการในการพิจารณาเรื่องดังกล่าวและมีข้อสรุปความเห็นว่าจะต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญมาเป็นที่ปรึกษาทำการวิเคราะห์เรื่องการดำเนินการโครงการนี้ จึงได้คัดเลือกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่จะเป็นผู้ให้คำปรึกษาและแนะนำคณะกรรมการในครั้งนี้ ซึ่งก่อนที่จะมีการเปิดประมูลสรรหาผู้มาบริหารกรมธนารักษ์ได้นำคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบโครงสร้างของระบบส่งน้ำภาคตะวันออกในโครงการ หลังจากนั้นมีการตัดต่อท่อส่งน้ำที่เคยเชื่อมต่อไว้เดิมออกจากท่อที่ราชพัสดุ ซึ่งบริษัทอีสท์วอเตอร์ได้มีการต่อท่อน้ำอีกมากมาย

 

ซึ่งตนไม่รู้ว่าได้รับอนุญาตหรือไม่แต่ถ้าได้รับอนุญาตแล้วจ่ายผลประโยชน์ให้กับทางราชการได้อย่างเต็มหน่วย โดยนายยุทธพงศ์ได้ลุกขึ้นแย้งอีกครั้ง และระบุว่าขอประท้วงโดยใช้ข้อที่ 69 การอภิปรายต้องอยู่ในประเด็นที่อภิปราย เหมือนท่านไม่ไว้วางใจบริษัทอิสวอเตอร์ขอให้ตอบตรงๆ ทำไมจึงไม่ประมูลทั่วไปให้เกิดการแข่งขัน นายสันติจึงระบุว่า

 

จริงๆนายยุทธพงศ์ไปรู้ข้อมูลมากกว่าตนได้อย่างไรว่าจะมีเหตุผลต่างๆอะไร แสดงว่ามันคงมีอะไรซักอย่าง มีใครไปรับงานมาจากอิสวอเตอร์หรือไม่ ตนไม่ทราบและต้องบอกตรงๆว่าในระบบท่อส่งน้ำภาคตะวันออกของกรมธนารักษ์ที่อิสวอเตอร์รับไปทำอยู่มีปัญหาพอสมควร ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่บางส่วนของเรามีปัญหา แต่ตนต้องทำหน้าที่พิทักษ์ผลประโยชน์ของรัฐ ซึ่งท่านไม่ต้องเป็นห่วงเพราะมีอัยการเป็นผู้ตรวจสอบดูแล

 

อย่างไรก็ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.20 น. ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างที่นายสันติ ลุกขึ้นชี้แจงข้อกล่าวหาของนายยุทธพงศ์ ปรากฏว่า สัญญาณเตือนไฟไหม้ในห้องประชุมสภาดังขึ้น ทำให้ต้องเงียบลงไป โดยมีส.ส.ถามว่าเอายังไงต่อท่านประธาน ก่อนที่สัญญาณจะเงียบลง โดยนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ในฐานะประธานที่ประชุม ชี้แจงว่า ระบบสัญญาณเตือนภัยผิดพลาด เกิดจากระบบน้ำ ไม่มีปัญหาอะไรสมาชิกไม่ต้องตกใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews