ครม.อนุมัติงบกลาง 1,000 ล้าน ชดเชยเกษตรกร หลังโรคลัมปีสกีน- อหิวาห์แอฟริกาในสุกร ระบาด เชื่อ ประเทศสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง จากสถานะการคลังที่มีเสถียรภาพ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยระบุว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้มีเรื่องพิจารณาที่สำคัญ ซึ่งเกี่ยวกับประชาชน โดยเฉพาะการใช้จ่ายงบประมาณที่จะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนส่วนรวมให้ได้มากที่สุด
คณะรัฐมนตรีอนุมัติข้อเสนอการพัฒนาเสริมสร้างความเข้มแข็งของฐานราก ปี 2565 ครั้งที่ 3 กว่า 1,000 โครงการ ใน 29 จังหวัด กรอบวงเงิน 1,973 ล้านบาท ซึ่งแต่ละจังหวัดจะนำไปจัดทำแผนงานโครงการต่างๆในพื้นที่ เพื่อจะกระจายความเจริญในภูมิภาค โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โครงการสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการเกษตร พัฒนาฝีมือแรงงาน พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
นอกจากนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบหลักการ ร่างพรบยกเว้นภาษี เพื่อสนับสนุนการจัดอบรมสัมมนา นิทรรศการการแสดงสินค้าภายในประเทศ เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้ผลกระทบจากโควิด 19 และสถานการณ์ด้านพลังงาน ซึ่งถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
โดยมีการยกเว้นภาษีให้ 2 เท่า ในพื้นที่จังหวัดรอง และ 1.5เท่าในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ซึ่งจะมีผลในวันที่ 15 กรกฎาคมเป็นต้นไป จนถึงสิ้นปี 2565 ซึ่งจะมีประชาชนได้รับผลประโยชน์กว่า 2,200 ล้านบาท
ขณะเดียวกันรัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่มเกษตรกร คณะรัฐมนตรีและอนุมัติงบกลางกว่า 1000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจากกรณีโรคระบาดในสัตว์ 3 กรณี คือการชดใช้ฆาตกร และอาหารสัตว์ที่ถูกทำลายเป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคอหิวาแอฟริกาในสุกร เนื่องจากโรคนี้ยังไม่มีวัคซีนและยารักษา
กรณีที่ 2 การซื้อวัคซีนเพื่อป้องกันและควบคุมโรคลัมปีสกินในโคกระบือ และการช่วยเหลือเกษตรกรเยียวยากรณีโคกระบือป่วยตายด้วยโรคลัมปีสกิน ซึ่งโลกดังกล่าวไม่ติดต่อสู่คน จึงขอให้ประชาชนอย่ากังวลในเรื่องนี้
นอกจากนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติงบประมาณจากงบกลาง ในการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียนของโรงเรียนในสังกัดสพฐ ที่ประสบภัยธรรมชาติจำนวน 1,071 แห่งวงเงิน 395 ล้านบาท
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews