fbpx
Home
|
ข่าว

เลขาสมช.เมิน “ทักษิณ” ชงดัน 3 จ.ใต้เขตปกครองพิเศษ

Featured Image
เลขาสมช. เมินข้อเสนอ”ทักษิณ”ดัน 3 จ.ใต้เป็นเขตปกครองพิเศษ ยันที่รัฐบาลทำอยู่เป็นแนวทางที่ดีที่สุด

 

 

 

พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. กล่าวถึงกรณีพื้นที่ชายแดนภาคใต้ หลังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สนับสนุนให้เป็นเขตปกครองพิเศษ สามารถเป็นไปได้หรือไม่ ว่า เรื่องภาคใต้มีการแก้ไขปัญหา 10-20 ปี ซึ่งแนวทางปัจจุบันที่รัฐบาลทำอยู่ถือเป็นแนวทางที่ดีที่สุดสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่จะทำให้การแก้ปัญหามีความยั่งยืน และดำรงความเป็นเอกราช อยู่ร่วมกันได้ทุกเชื้อชาติ ศาสนา ซึ่งเป็นนโยบายที่ชัดเจน

 

ส่วนแนวทางที่หลายคนเสนอก็สามารถเสนอได้ โดยเรื่องนี้ก็เคยมีการคิดอยู่แล้ว ถือเป็นการวางแผนต้องคิดทุกมิติ คิดทุกเรื่องที่พอจะทำได้ และเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประเทศไทยและคนไทย ส่วนรายละเอียดเรื่องนี้ในช่วงการจัดทำแผนแก้ปัญหาภาคใต้ปี 2566-2570 ซึ่งใกล้แล้วเสร็จ หากแผนได้รับความเห็นชอบตนเองก็จะมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง

 

ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่างบประมาณนำไปเยอะแต่ยังมีเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้น และการพัฒนาก็ยังไม่ได้ผล พล.อ.สุพจน์ ระบุว่า งบประมาณที่ใช้ทั้งหมดใช้ตามความจำเป็น มีการคิดอย่างรอบคอบ มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี เมื่อใช้ไปแล้ว หรือทำตามแผนหากมีข้อขัดข้องหรือข้อที่จะต้องปรับปรุงแก้ไข จะมีการทบทวนเป็นระยะ เป็นปี เป็นห้วงเวลา ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดไว้

 

ส่วนการหารือกับทางประเทศมาเลเซียยังคงมีการพูดคุยกันอยู่ เนื่องจากประเทศมาเลเซียเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่สำคัญ ไม่ใช่ปัญหาภาคใต้เพียงเรื่องเดียวมีหลายปัญหาที่เราพูดคุยอยู่ตลอดเวลา

 

โดยพล.อ.สุพจน์ ระบุว่า ขอไม่ตอบถึงแนวทางที่นายทักษิณเสนอมาเรื่องแก้ไขปัญหาภาคใต้ยังไม่ใช่แนวทางที่ดีที่สุด โดยระบุว่า ก็เป็นแนวทางหนึ่ง แต่ขอไม่ชี้ว่าดีที่สุดหรือไม่ดีที่สุด ขอให้รอดูแผน ซึ่งขณะนี้ร่างเสร็จเรียบร้อยแล้วอยู่ในขั้นตอนที่จะผ่านความเห็นชอบในแต่ละขั้นตอน อย่างไรก็ต้องประกาศใช้ก่อนปี 2566

 

พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม ยังกล่าวถึงการจัดทำแผนรับมือวิกฤติพลังงาน หลังรัฐบาลสั่งการให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นหน่วยงานหลักทำแผนเผชิญเหตุรองรับวิกฤติพลังงาน ว่า สถานการณ์ภายในประเทศไทยกำลังฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 และตัวเลขทางเศรษฐกิจก็ขยับตัวขึ้นไปในทิศทางที่ดีหลังรัฐบาลกระตุ้นผ่านนโยบายต่างๆ

 

ทั้งนี้ความขัดแย้งระหว่างประเทศยูเครนรัสเซีย ส่งผลให้ทุกประเทศเกิดภาวะเงินเฟ้อ ราคาพลังงานสูง และมีความผันผวน ซึ่งรัฐบาล ทีมงานเศรษฐกิจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ห่วงสถานการณ์ในอนาคต จึงเตรียมพร้อมรองรับ

 

เบื้องต้นที่ได้มีการประเมินสถานการณ์มองว่า ไม่ว่าสงครามยูเครนรัสเซียจะยุติลง หรือ ยืดเยื้อยาวนานแต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจได้เกิดขึ้นแล้วจากผลพวงของสงคราม ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติ จึงได้เชิญหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ มาให้ข้อมูล เพื่อรวบรวม ประเมินผล และกำหนดออกมาเป็นแผนที่จะเตรียมการสำหรับอนาคต ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและอาหาร รวมถึงภาคเอกชนที่จะต้องขอความร่วมมือ

 

ซึ่งแบ่งเป็นระยะเร่งด่วน ระยะปานกลาง และระยะยาว พุ่งเป้าไปยังผู้บริโภค ผู้ผลิต ขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยติดตามประเมินผลและรวบรวมข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาล คาดว่าการช่วยเหลือในระยะเร่งด่วน คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน วันศุกร์ที่ 1 ก.ค.นี้

 

โดยพล.อ.สุพจน์ ยังชี้แจงว่า การดำเนินการดังกล่าว ตนเป็นประธานคณะกรรมการเตรียมพร้อมแห่งชาติ ภายใต้สภาความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงคณะกรรมการชุดนี้ก็สามารถหยิบ ยกนำมาเป็นประเด็นในการดำเนินการได้

 

พร้อมยืนยันว่ารูปแบบการทำงาน ไม่ซ้ำซ้อน จะไม่อยู่เหนือหน่วยงานใด เป็นการทำงานในลักษณะคู่ขนานและจากการประชุมเมื่อวานนี้ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติก็ได้ข้อมูลที่ดีจาก แต่ละกระทรวง ถือเป็นส่วนหนึ่งในการทำข้อมูล เพื่อเสนอแนวทางให้กับรัฐบาล ยืนยันว่าทุกอย่างยังคงดำเนินการตามกฏหมาย ตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละกระทรวงที่รับผิดชอบ ส่วนพ.ร.บ.ความมั่นคง จะใช้เมื่อคราวจำเป็น ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ในแผนเช่นกัน

 

ทั้งนี้พล.อ.สุพจน์ ระบุว่า ไม่ทราบที่ฝ่ายการเมืองระบุว่าสาเหตุที่ตั้งคณะทำงานชุดนี้ เป็นเพราะว่าไม่ไว้ใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อย่างไรก็ตามเป็นหน้าที่อยู่แล้ว แม้จะมองว่ายังไม่กระทบต่อความมั่นคง แต่ก็ต้อง เตรียมการไว้ก่อนตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube