เพื่อไทย ตั้งโต๊ะแจงคลิปเสียง อดีตสจ.ยันเสียงนักการเมืองจริงไม่ใช่ AI
เพื่อไทย ตั้งโต๊ะแจงคลิปเสียง อดีตสจ.ยืนยันเป็นเสียงนักการเมืองจริง ไม่ใช่ AI รับหวั่นความปลอดภัย แต่ยึดความถูกต้อง ด้านผู้สมัคร สส. โอดกระทบคะแนน ชาวบ้านเริ่มลังเล ขณะมติพรรค ส่งฝ่ายกฎหมายร้อง กกต. จ่อพิจารณาดำเนินคดีอื่นเพิ่ม
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายพนม โพธิ์แก้ว ผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี และ นายอานนท์ ถนอมวงษ์ อดีต สจ.กาญจนบุรี ร่วมแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่างนักการเมืองกับอดีตสมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) กรณีขอให้ช่วยสนับสนุนทางการเมือง ซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยยืนยันว่าคลิปดังกล่าวเป็นของจริง ไม่ใช่การตัดต่อหรือสร้างด้วย AI พร้อมเดินหน้าดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อยืนยันที่มาของคลิปเสียงและผลกระทบที่เกิดขึ้น
นายชูศักดิ์ เปิดเผยว่า ในช่วง 2–3 วันที่ผ่านมา มีการเผยแพร่คลิปเสียงที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สส.กาญจนบุรี ซึ่งมีเนื้อหาหลายตอนเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง และมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม อาจกระทบต่อหลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต่อมามีผู้ที่ถูกพาดพิงในคลิปเข้าแจ้งความปฏิเสธว่าไม่ใช่เสียงของตนเอง และอ้างว่าเป็นคลิปที่สร้างโดย AI ขณะที่นายพนม ผู้สมัคร สส. เห็นว่าคลิปดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อพรรค จึงร้องขอให้พรรคดำเนินการตามกฎหมาย
ด้านนายอานนท์ ยืนยันว่า เป็นผู้บันทึกคลิปเสียงดังกล่าวด้วยตนเอง เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลาประมาณ 08.46 น. ระหว่างอยู่กับนายก อบต.ปิล๊อก หลังมีโทรศัพท์โทรเข้ามาขอพูดคุย โดยตนไม่ทราบวัตถุประสงค์ และก่อนหน้านั้นมีกระแสข่าวเรื่องการข่มขู่ จึงตัดสินใจอัดเสียงไว้เพื่อความปลอดภัย ยอมรับว่ารู้สึกกังวล แต่เห็นว่าความถูกต้องสำคัญกว่า พร้อมยืนยันว่าอยู่กับการเมืองมานานและไม่เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อนในพื้นที่

นายพนม กล่าวเพิ่มเติมว่า คลิปดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อการหาเสียงอย่างชัดเจน เนื่องจากมีการกล่าวอ้างว่าพรรคของผู้พูดจะเป็นรัฐบาลแน่นอน ขณะที่ผู้สมัครจากพรรคอื่นจะเป็นฝ่ายค้าน ทำให้ชาวบ้านกังวลว่า หากเลือกแล้วจะไม่ได้รับงบประมาณพัฒนา ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนเริ่มลังเลและเปลี่ยนใจไม่สนับสนุนตนเอง อีกทั้งยังถูกกล่าวหาว่ากุเรื่องเพื่อสร้างกระแส จึงจำเป็นต้องออกมาพิสูจน์ข้อเท็จจริง
นายชูศักดิ์ ระบุว่า คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย พิจารณาแล้วเห็นว่า เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งหลายประการ อาทิ การใส่ร้ายด้วยความเท็จ การให้สัญญาว่าจะให้ และการทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับคะแนนนิยม ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 73 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 จึงมีมติให้ยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ไต่สวนเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยฝ่ายกฎหมายยังอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินคดีอื่นเพิ่มเติม

ขณะที่นายนรวิช หล้าแหล่ง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า ได้รับมอบคลิปเสียงและถอดเทปการสนทนาไว้เป็นพยานหลักฐาน เพื่อยื่นประกอบการพิจารณาของ กกต. ส่วนกรณีที่อีกฝ่ายอ้างว่าเป็นคลิป AI จะต้องพิสูจน์กันตามกระบวนการยุติธรรม
ช่วงท้าย นายชูศักดิ์ ย้ำว่า หากปล่อยให้การกระทำลักษณะนี้เกิดขึ้นโดยไม่ดำเนินการใด ๆ จะกระทบต่อความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการเลือกตั้ง และอาจเป็นการใช้อำนาจรัฐสยบคู่แข่งทางการเมือง พรรคเพื่อไทยจึงยืนยันใช้สิทธิ์ตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษามาตรฐานการเลือกตั้งและความถูกต้องในระบบประชาธิปไตย





