Home
|
ข่าว

นักวิชาการ มอง”พท.-ปชน.”กลับมาจูบปากกันปมแค้นคลี่ลายแล้ว

Featured Image
นักวิชาการ มอง”เพื่อไทย-ประชาชน.”กลับมาจูบปากกันได้ ปมแค้นคลี่คลายแล้ว ชี้นโยบายด้านต่างประเทศถ้ายึดผลประโยชน์ชาติ ก็ไม่น่าห่วง

 

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตและที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาชนจะจับมือกับพรรคเพื่อไทยมีทางเป็นไปได้หรือไม่ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างนายสุริยะจึงรุ่งเรืองกิจ กับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตะคุยกันได้ง่ายกว่า ว่า สิ่งที่คนตั้งข้อสงสัยว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะไม่มีการเลือกตั้ง ในกรณีเรื่องของความมั่นคงว่ากัมพูชาจะมาสร้างเหตุการณ์หรือไม่

 

เรื่องนี้เป็นข้ออ้าง แต่จริงๆแล้วเป็นความกังวลใจของวิธีคิดของฝ่ายจารีตหรือพลังอนุรักษ์นิยม ถ้ามองผลการเลือกตั้งปี 66ที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย 2 พรรคนี้รวมคะแนนกันถึง 292 เสียง เกินกึ่งหนึ่งโดยไม่ต้องอาศัยเสียงของสมาชิกวุฒิสภา

 

ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวอีกว่า ขณะที่การเลือกตั้งปี 69 ที่บอกว่ามีความแค้นกันแต่ทุกอย่างคลี่คลายลงไปหมดแล้ว เพื่อไทยในขนาดนั้นก็ทำให้พรรคก้าวไกลรู้สึกขัดใจเพราะหัก MOU ไปจับมือกับพรรคลุงเช่นเดียวกับพรรคประชาชนก็หักดิบไม่ดีลกับพรรคเพื่อไทยไปสนับสนุนนายอนุทิน เพราะฉะนั้นผลักกันหยิกหลังหายกันหมดแล้ว แต่ก็เป็นไปได้สูงถ้ากันเลือกตั้งทำเป็นเล่นไป

 

ถ้าทั้ง 2 พรรคมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งสามารถจับมือกันได้เลย แต่การเมืองอะไรที่ไม่เคยเกิดขึ้นก็เกิดขึ้นมาหมดแล้ว กลับมาจูบปากกันก็เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าจับมือกันจริงก็ต้องมีองค์ประกอบอย่างอื่น ที่ท้าทาย ที่จะวางตัวบุคลากรไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสำคัญ ๆ และในภาวะแบบนี้พรรคเพื่อไทยก็ต้องคิดเยอะ คือ นายทักษิณ ชินวัตร ที่ตอนนี้พยายามจะเฟดออกมากลายเป็นตัวประกันทางการเมืองอย่างไม่เป็นทางการหรือไม่ มีอะไรหลาย ๆอย่างที่มองไม่เห็นมาบีบหรือไม่ ซึ่งต้องตั้งคำถามต่อไป

 

ส่วนนโยบายด้านการต่างประเทศพรรคประชาชนกับเพื่อไทยจะอิงข้างสหรัฐฯมากกว่าขณะที่พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายที่เป็นกลางนั้น ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวว่า นโยบายด้านต่างประเทศสิ่งที่จะต้องคิดคำนวณให้หนักที่สุดคือความรู้สึกของผู้คนที่ยังติดพันยังไม่สามารถสลัดความคิด เรื่องความสัมพันธ์ไทยกัมพูชาได้ ถ้าทั้ง 2 พรรคมีการเอื้อหรือนำไปสู่การสร้างบรรยากาศรู้สึกว่าคนเกิดความไม่ไว้วางใจอันนี้น่าเป็นห่วง

 

ถ้าทั้ง 2 พรรคการเมืองให้ความสำคัญเรื่องนโยบายด้านความมั่นคง ในสิ่งที่ทำมายึดโยงผลประโยชน์ของชาติ ก็ไม่น่าเป็นห่วงอะไร แต่ก็ต้องสู้กับความหวาดระแวงของผู้คนมากกว่า ภูมิใจไทยก็ผ่านบททดสอบในตรงนี้มาแล้วว่า สามารถทำงานกับกองทัพได้ แต่เราก็ต้องยอมรับว่าการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านเราต้องมองอย่างละเอียด ตราบใดที่เพื่อนบ้านมองว่าเราเป็นฝ่ายคุกคาม

 

ถ้าประนีประนอมจนเกินไป จนเสียผลประโยชน์แห่งชาติก็น่ากลัวเหมือนกัน เพราะฉะนั้นพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนต้องตระหนักและเข้าใจว่าประชาชนไม่ได้กระหายสงคราม สงครามเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่เรื่องผลประโยชน์แห่งชาติ สิ่งที่กองทัพได้ทุ่มกำลังปกป้องดินแดนจะต้องมีคุณค่าเสมอ

 

ส่วนมองว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่พรรคประชาชนจะจับมือกับพรรคภูมิใจไทย ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวว่า อยู่ที่เงื่อนไข เพราะพรรคประชาชนเองคำพูดก็มัดตัวไปแล้ว ถ้าพรรคนายอนุทินมาเป็นอันดับ 1 จะไม่ขานชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี แต่อย่างไรก็ต้องยึดผลการเลือกตั้งไว้ก่อน แต่ตอนนั้นก็จะเป็นคำพูดที่มัดตัวเองแล้ว ก็เป็นน่าห่วงเหมือนกัน

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

 

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube