Home
|
ข่าว

“ส.กีฬาทางน้ำ” เตรียมเปิดสระซีเกมส์ จัดแข่ง เอเชียนเอจกรุ๊ป

Featured Image
สมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย เตรียมที่จะใช้สระว่ายน้ำ ที่ใช้แข่งซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในวันที่ 17-25 ก.ค.นี้ เล็งทดสอบผลงานก่อนบู๊เอเชียนเกมส์ 2026

 

“โค้ชตึก” นายธนาวิชญ์ โถสกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการที่ประเทศไทยได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาทางน้ำ “เอเชียนเอจกรุ๊ป แชมเปี้ยนชิพ 2026” ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพรายการนี้ กำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 17-25 กรกฎาคม โดยมีทั้งสิ้น 4 ชนิดกีฬา คือ ว่ายน้ำ ว่ายน้ำลีลา กระโดดน้ำ โปโลน้ำ

 

สนามแข่งขัน ซึ่งจะใช้สถานที่แข่งขันแบบเดียวกับที่จัดในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 เมื่อปลายปีที่แล้ว ว่ายน้ำจะใช้สระการกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก, โปโลน้ำ ใช้ศูนย์กีฬาทางน้ำ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ส่วนกระโดดน้ำและว่ายน้ำลีลา จะใช้ศูนย์กีฬาทางน้ำ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ(เอแบค) วิทยาเขตสุวรรณภูมิ เนื่องจากทุกแห่งมีความพร้อมมาก และได้มีการใช้ระบบต่างๆ อย่างเต็มรูปแบบในช่วงซีเกมส์มาแล้ว

 

สำหรับทัวร์นาเมนต์เป็นรายการที่ใช้ในการวัดศักยภาพของนักกีฬาทั่วเอเชีย รวมทั้งนักกีฬาไทย ก่อนการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกย่าและไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน – 4 ตุลาคมนี้

 

เนื่องจากก่อนหน้านั้นจะมีการเก็บตัวของนักกีฬาทีมชาติไทยมาก่อนแล้ว และเป็นช่วงเวลาที่ห่างกัน 2 เดือนเท่านั้น โดยนักกีฬาส่วนใหญ่ของไทยในเอเชี่ยนเอจกรุ๊ปก็จะเป็นชุดเดียวกับที่จะไปแข่งขันเอเชียนเกมส์ ถือเป็นเรื่องดีอย่างมากที่จะใช้ในการทดสอบ เตรียมทีม และแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อให้ผลงานในเอเชี่ยนเกมส์ออกมาดีที่สุด

 

“เราได้จัดซีเกมส์มาแล้ว ทำให้เอเชียนเอจกรุ๊ปครั้งนี้มีความพร้อมมากๆ ในช่วงปลายเดือนนี้จะต้องมัดจำเงินในการเป็นเจ้าภาพ ในเดือนกุมภาพันธ์ก็จะมีการจัดทำเทคนิคอล แฮนด์บุ๊ก และการตั้งกรรมการในการตัดสิน รวมทั้งการเตรียมการด้านต่างๆ เชื่อมั่นว่าจะจัดออกมาได้ดี และนักกีฬาไทยได้ประโยชน์อย่างแน่นอน”

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

 

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube