“กรณ์”แจง”เช็คช่วยชาติ”นโยบายเฉพาะหน้าแก้วิกฤต ไม่ใช่หาเสียง
“กรณ์” ชี้แจง “เช็คช่วยชาติ”บอกเป็นผลบวกแก้วิกฤตเศรษฐกิจ 52 ซัดคนวิจารณ์ต่างอะไรเพื่อไทยสุ่มแจกเงินล้านไม่ทำการบ้าน บอกเป็นเพียงนโยบายเฉพาะหน้าแก้วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ไม่ใช่นโยบายหาเสียงเหน็บBig Data ไม่มีประโยชน์หากอยู่ในมือคนคิดวิเคราะห์ไม่เป็น
นายกรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกรณี สมาชิกพรรคเพื่อไทยออกมา กล่าวอ้างว่า นโยบายการแจกเงินในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์มีความคล้ายคลึงกับนโยบายปัจจุบันว่า
เรื่อง ‘เช็คช่วยชาติ‘ ของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเรื่องที่มีข้อสรุปไปนานแล้วในแง่ผลบวกต่อการแก้วิกฤตเศรษฐกิจในปี 2552 เป็นโครงการที่ได้ผลชัดเจนและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมได้รับรางวัล Global Finance Minister of the Year แต่วันนี้ มีคนตั้งคำถามว่า ทำไม ‘เช็คช่วยชาติ‘ เราทำได้ มีอะไรต่างกับที่เพื่อไทยหาเสียงสุ่มแจกเงินล้านทุกวัน เห็นได้ชัดว่าเป็นความพยายามโต้กลับแบบไม่ทำการบ้านมาเลย
เมื่อครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งรัฐบาล เราเข้ามาพร้อมกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ลามมาจากสหรัฐฯ เรียกว่า วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ เราเข้ามารับช่วงต่อจากรัฐบาล “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ด้วยสภาวะเงินคงคลัง “ติดลบ” หน่วยงานราชการรายงานว่า ไทยเสี่ยงถึงขั้นต้องถูก Shutdown หรือศัพท์เทคนิคคือ หาเงินปิดหีบเงินคงคลังได้ไม่พอ
ตอนนั้น เราออกหลายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงเช็คมูลค่า 2,000 บาท ให้กับผู้มีรายได้ตํ่ากว่า 15,000/เดือน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในระบบประกันสังคม มีผู้ได้รับเช็คกว่า 10 ล้านคน ส่วนนโยบายสุ่มแจกของเพื่อไทย ผู้ได้เงินล้านอาศัย ‘ดวง’ (หรืออะไรก็แล้วแต่) โดยที่จะมีคนไทยเพียง 3,285 คน ที่จะได้รับเงิน หรือคิดเป็น 0.005% ของประชากร ซึ่งในกลุ่มนี้ไม่ได้มีการแยกแยะว่าจะเป็นคนรวยหรือจน ไม่ได้แยกแยะว่าใครเดือดร้อน ใครรวยอยู่แล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงความโปร่งใสว่า วิธีการสุ่มจะทำอย่างไร ชาวบ้านตาดำๆ จะมีโอกาสได้รางวัลจริงหรือไม่
#เช็คช่วยชาติ ”ไม่เคยเป็นนโยบายที่ประกาศออกมาเพื่อการหาเสียง” เราคิดนโยบายนี้เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า (เช่นเดียวกับ ‘คนละครึ่ง‘ ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์) แต่ของพรรคเพื่อไทย เป็นการประกาศออกมาช่วงหาเสียงเพื่อหวังคะแนนนิยมโดยตรง ซึ่งที่ผ่านมาไม่นานก็เคยประกาศแจกเงินดิจิตัล 10,000 บาท แล้วก็ทำไม่ได้ แสดงให้เห็นว่า ไม่มีการศึกษาหาข้อมูลมาก่อนที่จะเอามาหาเสียงเลยว่า ในทางปฏิบัติ สามารถทำได้จริงหรือไม่
ผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนั้น ทำให้เศรษฐกิจไทยเกิดความสะพัด เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจจริงจนสิ้นปีกลับมาเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมกว่า 7.5% ปั๊มหัวใจให้ชาวบ้านค้าขายคล่องขึ้น
เรื่องนี้ปรากฏเป็นข่าวไปทั่วโลก และผมต้องขอเรียนว่า Big Data จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าอยู่ในมือของคนที่คิดวิเคราะห์อะไรไม่เป็น
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





