นอนหลับทับสิทธิ ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมและประเทศในระยะยาว
นอนหลับทับสิทธิ ปัญหาที่ถูกผู้คนมองข้าม
เมื่อเข้าสู่ช่วงเลือกตั้ง เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยได้ยินคำว่า “นอนหลับทับสิทธิ” ผ่านหูกันมาบ้าง ซึ่งคนที่ไม่ได้สนใจในเรื่องการเมือง อาจจะมองว่านอนหลับทับสิทธิไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ได้มีผลกระทบอะไร และแม้จะโดนตัดสิทธิทางการเมืองก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะไม่ได้คิดจะเข้ามามีบทบาททางการเมืองอยู่แล้ว
แต่ในความเป็นจริง หากทุกคนมองข้ามปัญหานี้ จนทำให้การนอนหลับทับสิทธิเป็นเรื่องปกติ ก็อาจทำให้ปัญหาลุกลามจนส่งผลกระทบต่อสังคมและประเทศในระยะยาวได้ อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะสงสัยว่านอนหลับทับสิทธิ ทำไมจึงเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศ?
ในบทความนี้จึงจะพามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหานอนหลับทับสิทธิให้มากขึ้น พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาหากสังคมมองเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ

นอนหลับทับสิทธิ คืออะไร ส่งผลอะไรบ้าง
นอนหลับทับสิทธิ (No Vote) คือการไม่ออกไปใช้สิทธิที่ตัวเองมีอยู่ จนทำให้สิทธิเสียเปล่า โดยมักจะใช้ในบริบทของการเลือกตั้ง ซึ่งอาจจะเกิดจากความคิดที่ว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว หรือคิดว่าแม้จะออกเสียงไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ในความเป็นจริง การเลือกตั้ง ถือเป็นหน้าที่ของประชาชนอย่างหนึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ดังนั้น ถ้าหากนอนหลับทับสิทธิ ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จะส่งผลให้ถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง เป็นระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนั้น ๆ ซึ่งสิทธิที่จะถูกจำกัด มีดังนี้
- ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็น สว.
- ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน
- ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
- ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง สส.
- ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งในองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ
นอนหลับทับสิทธิ ผิดกฎหมายไหม
นอนหลับทับสิทธิ ไม่ได้ผิดกฎหมายโดยตรง แต่การถูกจำกัดสิทธิ ก็เปรียบเสมือนการถูกกฎหมายลงโทษในทางอ้อม นอกจากนี้ หากผู้คนมองว่าการนอนหลับทับสิทธิเป็นเรื่องปกติ ยังอาจทำให้บรรทัดฐานทางสังคมผิดเพี้ยน เมื่อคนไม่เห็นความสำคัญของการเลือกตั้ง การตระหนักรู้ทางการเมืองจะลดลง และอาจนำไปสู่การยอมรับการใช้อำนาจโดยมิชอบได้
นอนหลับทับสิทธิ ส่งผลต่อสังคมและประเทศในระยะยาวอย่างไร
รอยร้าวขนาดเล็ก หากปล่อยทิ้งไว้ ก็จะกลายเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่ เช่นเดียวกัน คน ๆ เดียวที่ไม่ออกไปใช้สิทธิ อาจไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อสังคมและประเทศ แต่ถ้าหากทุกคนมองว่าการนอนหลับทับสิทธิเป็นเรื่องปกติ จะทำให้การตัดสินใจทางการเมืองของประเทศเบี่ยงเบน เสียงของคนส่วนน้อยที่มีคุณภาพ อาจถูกกลบโดยเสียงที่ไร้คุณภาพ ทำให้การพัฒนาประเทศอ่อนแอลง ขาดธรรมาภิบาล เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาคอร์รัปชั่น หรือการกระจุกตัวของอำนาจ รวมถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่แก้ไขยากในระยะยาว
นอนหลับทับสิทธิ ที่ไม่ได้หมายถึงแค่สิทธิเลือกตั้ง
อ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนคงจะตระหนักถึงปัญหานอนหลับทับสิทธิกันมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง การนอนหลับทับสิทธิ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการเลือกตั้ง เพราะยังมีสิทธิอื่น ๆ ที่มีอยู่แล้ว แต่คนไม่รู้ ไม่ใช้ หรือคิดว่าไม่สำคัญ เช่น
- สิทธิประกันสังคม: สิทธิประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นสิทธิรักษาพยาบาล สิทธิเงินทดแทนกรณีเจ็บป่วยหรือขาดรายได้ รวมถึงสิทธิคลอดบุตรและเงินสงเคราะห์บุตร ล้วนเป็นสิทธิที่จ่ายเงินทุกเดือน แต่กลับไม่ได้ใช้ เพียงเพราะไม่รู้ขั้นตอนหรือพลาดเรื่องเวลา
- สิทธิแรงงาน: สิทธิแรงงาน ทั้งสิทธิค่าจ้างขั้นต่ำและค่าล่วงเวลา (OT) สิทธิวันลา วันหยุดตามกฎหมาย รวมถึงสิทธิได้รับค่าชดเชยเมื่อถูกเลิกจ้าง หลายคนเลือกจะมองข้าม เพราะกลัวว่าจะเสียงาน หรือมองว่าเป็นเรื่องที่วุ่นวาย
- สิทธิผู้บริโภค: สิทธิผู้บริโภค เช่น สิทธิคืนหรือเปลี่ยนสินค้า สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน สิทธิได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่โฆษณาเกินจริง คนส่วนใหญ่มักจะมองว่าเสียเวลา จึงทำให้ผู้ประกอบการที่เอาเปรียบไม่ถูกตรวจสอบ
- สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารของรัฐ: สิทธิข้อนี้ เชื่อว่าเป็นสิทธิที่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่ามีอยู่ เพราะสิทธินี้จะทำให้สามารถขอข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ รู้ที่มาของงบประมาณโครงการต่าง ๆ แต่เมื่อประชาชนไม่ใช้สิทธินี้ ก็ทำให้ความโปร่งใสลดลงไปโดยปริยาย
- สิทธิทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม: สิทธิทางกฎหมาย เช่น สิทธิขอคำปรึกษาทางกฎหมาย สิทธิได้รับทนายความ และสิทธิแจ้งความและติดตามคดี เป็นสิทธิที่ไม่ควรมองข้ามเป็นอย่างยิ่ง เพราะการนอนหลับทับสิทธิข้อนี้ จะทำให้ความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นในสังคมต่อไป

การนอนหลับทับสิทธิ เป็นหนึ่งในปัญหาที่มักจะถูกมองข้าม ทั้งที่ในความเป็นจริงสิทธิเป็นของประชาชนทุกคน ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของสิทธิเลือกตั้ง แต่รวมไปถึงสิทธิอื่น ๆ ที่ควรจะได้รับ ดังนั้น การออกมาใช้สิทธิของตนเองอย่างเหมาะสม จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรถูกมองข้าม เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรมในระยะยาว วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อย่าลืมออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันนะครับ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





