เปิดเดินรถไฟสายอีสาน ผ่านสีคิ้ววันแรก หลังเครนถล่ม
เปิดเดินรถไฟสายอีสาน ผ่านสีคิ้ววันแรก หลังซ่อมแซมรางจากอุบัติเหตุเครนถล่มทับขบวนรถไฟ ด้านผกก.สภ.สีคิ้ว เผยยังรอความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานของเครนมาประกอบสำนวนก่อนแจ้งข้อหาผู้กระทำผิด
การรถไฟแห่งประเทศไทยได้เปิดเดินรถไฟสายอีสาน ผ่านอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นวันแรก หลังซ่อมแซมรางรถไฟที่ได้รับความเสียหาย จากอุบัติเหตุเหตุชิ้นส่วนเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงหล่นลงมาขบวนรถไฟบริเวณบ้านถนนคด หมู่ 11 ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 30 ราย และบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
ล่าสุด การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการซ่อมแซมรางรถไฟที่พังเสียหายจากอุบัติเหตุดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว โดยมีการตัดเชื่อม และเปลี่ยนเหล็กรางใหม่เป็นระยะทางยาว 36 เมตร ซึ่งหลังการซ่อมแซมเสร็จ เจ้าหน้าที่การรถไฟฯได้ทำการทดสอบความมั่นคงแข็งแรงของรางรถไฟ และผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ก่อนเปิดให้เดินรถไฟตามปกติได้ในวันนี้

โดยบรรยากาศการเปิดเดินรถไฟวันแรก เที่ยวแรกเป็นขบวนรถไฟ ต้นทางแก่งคอย ปลายทางขอนแก่น วิ่งผ่านจุดเกิดเหตุเมื่อเวลา 07.00 น.
จากนั้นรถไฟขบวนอื่นๆ รวมทั้งรถไฟ ขบวนรถพิเศษที่ 21 กรุงเทพอภิวัฒน์ – อุบลราชธานีซึ่งเป็นขบวนรถไฟเดียวกับที่เกิดอุบัติเหตุก็ได้วิ่งผ่านพื้นที่จุดเกิดเหตุดังกล่าว รวมทั้งรถบรรทุกปูนซิเมนต์จากจ.สระบุรี ปลายทางจ.อุดรธานี ด้วยทุกขบวนวิ่งผ่านไปได้ดี โดยไม่มีเหตุขัดข้องแต่อย่างใด
ด้าน พ.ต.อ.ธัชพล ชิณวงศ์ ผกก.สภ.สีคิ้ว ได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานไปแล้วกว่า 130 ปาก เหลือเพียงรอผลสรุปจากผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้เครนมาประกอบสำนวนคาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้าหรืออาจจะเป็นต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จากนั้นพนักงานสอบสวนก็จะได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมากมารับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอน
ของการดำเนินคดีต่อไปตนยืนยันว่าตำรวจจะดำเนินคดีนี้อย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





